Tag Archives: ประโยชน์

ไข่ขาวดีต่อสุขภาพอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง

สำหรับ ไข่ขาว นั้น หลายๆ คนคงยังงงว่า มีด้วยหรอคนที่กินเพียงแค่ไข่ขาวอย่างเดียว แล้วมันมีจะมีประโยชน์ไหม เพราะปกติแล้วก็เคยได้ยินแต่ว่าไข่แดงมีประโยชน์ แต่ในปัจจุบันนี้ความนิยมในการกินไข่ขาวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กระทั่งในปัจจุบันมีไข่ขาวบรรจุขวดขายตามท้องตลาดให้เลือกใช้กันอย่างสบาย ทำให้หลายคนที่ยังไม่เคยกินไข่ขาวแบบจริง ๆ จัง ๆ สงสัยว่า ไข่ขาวดีต่อสุขภาพอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง ทำไมถึงนิยมกัน

ไข่ขาว สารอาหารไม่ธรรมดา
ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง น้ำหนักราว ๆ 50 กรัม มีปริมาณไข่ขาวหรืออัลบูมินประมาณ 58% ของไข่ทั้งฟอง โดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 88% มีโปรตีน 11% โดยประมาณ ซึ่งโปรตีนในไข่ขาวมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ทั้งโอวัลบูมิน (Ovalbumin) โคนัลบูมิน (Conalbumin) และอะวิดิน (Avidin)

ไข่ขาว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 4 กรัม และนอกจากโปรตีนแล้ว ไข่ขาวยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 และบี 12 เลซิติน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีไขมันและคอเลสเตอรอลน้อยมาก ต่างจากไข่แดงที่ 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 55 กิโลแคลอรี และมีคอเลสเตอรอลประมาณ 180-200 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของไข่ขาวต่อสุขภาพ

1. เป็นโปรตีนคุณภาพดี
ไข่ขาวมีโปรตีนอัลบูมิน ซึ่งจัดว่าเป็นโปรตีนชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากเกือบ 100% แถมยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย จึงจัดได้ว่าไข่ขาวเป็นโปรตีนคุณภาพดี เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้รักสุขภาพ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนให้ตัวเอง

2. กระตุ้นการทำงานของร่างกาย
ไข่ขาวมีกรดอะมิโนที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับอยู่มาก ด้วยเหตุนี้ไข่ขาวจึงช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายให้เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังช่วยให้การหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปด้วยดีอีกด้วย

3. ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
โปรตีนในไข่ขาวมีปริมาณมากพอที่จะช่วยซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกาย ป้องกันการเสียหาย และการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ๆ รับประทานไข่ขาวเสริมโปรตีนให้ร่างกายก็จะดี

4. บำรุงระบบประสาท
ไข่ขาวมีวิตามินและแร่ธาตุค่อนข้างมาก โดยเฉพาะวิตามินบี ที่เป็นวิตามินสำคัญที่ช่วยบำรุงระบบประสาทและการทำงานของสมอง ช่วยกระตุ้นความจำ และช่วยให้อารมณ์คงที่

5. เติมโปรตีนให้ผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีภาวะไข่ขาวรั่ว คือมีปริมาณอัลบูมินในปัสสาวะมากเกินปกติ สังเกตได้จากลักษณะปัสสาวะที่เป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ ซึ่งเมื่อเกิดภาวะไข่ขาวรั่ว ร่างกายผู้ป่วยโรคไตก็อาจขาดโปรตีนและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นไข่ขาวจึงเป็นอาหารเสริมที่ช่วยเติมโปรตีนให้ร่างกายผู้ป่วยโรคไตได้

6. ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
โปรตีนเป็นอีกหนึ่งอาหารสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน และเมื่อเรารับประทานไข่ขาวเข้าไป นอกจากจะได้รับโปรตีนแล้ว ร่างกายยังจะได้รับวิตามิน แร่ธาตุชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี การรับประทานไข่ขาวอย่างปลอดภัย ควรรับประทานไข่ขาวที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อให้ความร้อนเข้าไปทำลายเชื้อโรคที่อาจมากับไข่ขาว และเพื่อสลายโปรตีนอะวิดินที่อาจไปขัดขวางการดูดซึมไบโอตินของร่างกายได้

7. บำรุงผิวหน้า
อย่างที่ทราบว่าไข่ขาวอุดมด้วยวิตามินหลากหลายชนิดที่สำคัญสำหรับผิว สาว ๆ หลายคนจึงนำไข่ขาวมาพอกหน้าเพื่อบำรุงผิวให้ขาวใส ไร้สิว เนียนนุ่ม ลดจุดด่างดำ แถมยังช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดอาการแพ้ไปในตัว ประโยชน์ดีขนาดนี้ เราเลยมีสูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาวมาบอกต่อให้คุณสาว ๆ ไปลองใช้กันด้วย

8. บำรุงผมสวย
นอกจากประโยชน์ความงามเรื่องผิวหน้าแล้ว ไข่ขาวยังช่วยให้ผมสวยได้อีกด้วย โดยให้นำไข่ขาวมาตีให้เป็นฟอง ผสมกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาหมักผม ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วสระผมให้สะอาด ทำแบบนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เส้นผมของคุณจะค่อย ๆ มีสุขภาพดีขึ้น ไม่ชี้ฟู แถมยังมีน้ำหนัก และเงางามอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

9. ช่วยรักษาแผล
เนื่องจากไข่ขาวสามารถเกาะบนผิวเราคล้ายกับฟิล์มได้ จึงถูกนำมาใช้ปฐมพยาบาลรักษาแผลพุพอง หรือแผลน้ำร้อนลวกในเบื้องต้น เพื่อลดความแสบร้อนลง โดยให้นำไข่ไก่มา 1 ฟอง แล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาวมาทาบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพักจนแห้งจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด รอยแผลแดง หรือพุพองก็จะหายไป อย่างไรก็ตาม ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้แผลโดนน้ำเย็น หรือแคะ แกะ เกา แผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังถลอก

5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า

สำหรับเครื่องซักผ้านั้น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ที่หลายๆ บ้านนั้นต้องมีเลย เพราะเครื่องซักผ้าสามารถช่วยให้เราลดการใช้แรงไปได้เยอะเลย ไม่ต้องมานั่งซักมือทีละตัวด้วยตัวเอง และในปัจจุบันนี้นั้นก็มีเครื่องซักผ้าหลายแบบให้เราเลือกซื้อ

วันนี้เราจึงมี 5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า มาฝากกัน เพราะเครื่องซักผ้านั้นก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาสูง การจะตัดสินใจซื้อทั้งที ก็ต้องมีความรู้และมีสติในการเลือกให้ดี

1. เครื่องซักผ้าฝาหน้า
ตัวเครื่องจะมีฝาเปิด-ปิดสำหรับใส่เสื้อผ้าอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง เป็นระบบทำงานแบบอัตโนมัติวิธีการใช้จึงง่ายและเสร็จสมบูรณ์ได้เพียงแค่เลือกโปรแกรม ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบมอเตอร์แนวดิ่งโดยการหมุนของการซักจะหมุนเป็นแนวนอนคอยหมุนผ้าให้ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ตัวถังสามารถเคลื่อนที่ได้ 6 ทิศทางและทำงานเงียบมากว่าเครื่องซักผ้าประเภทอื่น

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือมีฟังก์ชั่นเยอะในการเลือกซักผ้าในแต่ละแบบเพื่อความเหมาะสมในการซักผ้าของคุณ มีระบบการควบคุมอุณหภูมิน้ำและอุณหภูมิการอบแห้งซึ่งสามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตากผ้า และส่วนใหญ่แล้วตัวเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์วัดปริมาณเสื้อผ้าและน้ำให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกัน ไม่จำเป็นต้องโยกย้ายผ้าไปยังถังปั่นแห้ง ช่วยประหยัดน้ำ และประหยัดเวลา

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือบรรจุการซักเสื้อผ้าได้น้อย ราวๆ 7-12 กิโลกรัมต่อการซัก 1 ครั้งเท่านั้น หรือหากต้องการพื้นที่บรรจุที่มากขึ้นกว่านี้ราคาก็จะสูงขึ้นมากทีเดียว และมีวิธีการติดตั้งค่อนข้างยาก

2. เครื่องซักผ้าฝาบน
ตัวเครื่องจะมีฝาเปิด-ปิดสำหรับใส่เสื้อผ้าอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง เป็นระบบทำงานแบบอัตโนมัติมีวิธีการใช้งานต่างๆคล้ายกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า โดยการทำงานของการซักจะเป็นการหมุนแนวตั้ง ตัวถังสามารถเคลื่อนที่ได้ 3-6 ทิศทางขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าเยอะ มีระบบปั่นผ้าอัตโนมัติที่ปั่นผ้าหลังซักอยู่ในถังเดียวคล้ายๆเครื่องซักผ้าฝาหน้า จึงช่วยตัดความยุ่งยากในการโยกย้ายผ้าไปยังถังปั่น สามารถบรรจุเสื้อผ้าได้มากกว่าราวๆ 8-24 กิโลกรัม และใช้เวลาซักน้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าด้วย

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือด้วยขนาดที่ใหญ่อาจทำให้เสื้อผ้าที่คุณซักไม่สะอาดเท่าที่ควร และถึงแม้ว่าจะมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าคล้ายคลึงกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า แต่ก็ยังมีฟังก์ชั่นให้เลือกน้อยกว่าอยู่ดี และมีวิธีการติดตั้งค่อนข้างยากเช่นเดียวกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า

3. เครื่องซักผ้า 2 ถัง (เครื่องกึ่งอัตโนมัติ)
ตัวเครื่องซักผ้าจะแยกออกเป็นสองถังอย่างชัดเจน โดยถังแรกเอาไว้สำหรับซักผ้า ส่วนถังที่สองจะเอาไว้สำหรับการปั่นแห้ง โดยทั้งสองจะมีฝาเปิด-ปิดอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือเรื่องของราคาที่ค่อนข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะมีราคาที่ถูก สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างง่าย ติดตั้งได้ง่าย ซักผ้าได้อย่างรวดเร็วเพราะถ้าเรามองเห็นว่ามันสะอาดแล้วสามารถกดปิดได้เลยทันที

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือต้องดูแลเรื่องการใส่น้ำ การระบายน้ำออก การหมุนปุ่มปั่นผ้าอยู่ตลอดเวลา หลังจากซักเสื้อผ้าเสร็จแล้วต้องย้ายเสื้อผ้าจากถังซักมาไว้ที่ถังปั่นเพื่อทำการปั่นแห้ง เสียงดัง และมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าน้อยมากๆด้วย

หลังจากที่คุณรู้แล้วว่าเครื่องสักผ้ามีกี่ประเภท ตอนนี้เรามาดูกันว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนกันนะที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุด

1. หากที่พักอาศัยของคุณมีบริเวณจำกัด เช่น คุณอาศัยอยู่คอนโด หรือ อพาร์ทเม้นท์ เครื่องซักผ้าฝาหน้าก็ตอบโจทย์ในพื้นที่แบบนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัด ใช้งานง่ายและสะดวกเป็นอย่างมากเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ถ้าหากว่าคุณอาศัยอยู่บ้านหรือคุณมีพื้นที่สำหรับหรับการเคลื่อนย้าย ไม่กลัวพื้นสกปรก เครื่องซักผ้าฝาบนและเครื่องซักผ้า 2 ถังก็ตอบโจทย์ด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบใช้แบบไหนมากกว่ากัน

2. ไลฟ์สไตล์คุณเป็นอย่างไร คุณอาจจะเป็นพนักงานบริษัทไม่ค่อยมีเวลาว่าง พอจะมีเวลาหน่อยก็แสนเหนื่อยเหลือเกิน การซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้าและฝาบนก็จะตอบสนองไลฟ์สไตล์เหนุ่มสาวออฟฟิตเป็นอย่างดี

3. ราคาก็สำคัญ จริงอยู่ที่ใครๆก็อยากสบายแต่เครื่องซักผ้าที่เราถูกใจกลับราคาสูงยิบ ดูบัดเจทของตัวเองด้วยเพราะถ้าเราซื้อเครื่องซักผ้ามาในราคาที่เกินกำลังของกระเป๋าสตางค์ มันอาจะกลายเป็นภาระของเราเปล่าๆ กลับกลายเป็นว่าเหนื่อยมากกว่ามานั่งซักผ้าเองซะอีก

4. ประกันหลังการซื้อ หลังจากที่เรากำลังจะตัดสินใจซื้อเครื่องซักผ้าให้คำนึงถึงประกันด้วยว่ามีระยะเวลาประกันนานแค่ไหน เงื่อนไขของการประกันเป็นเช่นไร ศูนย์บริการได้มาตรฐานหรือไม่ บริการซ่อมด้วยอะไหล่แท้หรืออะไหล่เทียบเท่า เพราะมันต้องอยู่กับเราอีกนาน เช็คเอาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซ่อมให้เสียเปล่า

5. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ จะดีแค่ไหนกันนะถ้าเราได้ของแถมหรือแม้แต่การได้รับส่วนลด ณ ที่จ่าย หรือในการซื้อครั้งต่อไปหรือแม้แต่โปรโมชั่นอื่นๆ โดยเฉพาะในศูนย์บริการการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะมีสิทธิประโยชน์จัดเตรียมให้เราอยู่เสมอ

เราก็ได้รู้แล้วว่า5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า นั้นมีสิ่งใดบาง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือการดูแลเครื่องซักผ้าของเราให้ดี หมั่นรักษาทำความสะอาด ดูวิธีการใช้อย่างรอบคอบ เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพยาวนานยิ่งขึ้น

20 สรรพคุณของแครอท

สำหรับ แครอท นั้นเป็นพืชในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง เป็นที่นิยมปลูกและรับประทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าดินสอไปจนถึงขนาดใหญ่ และมีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีม่วง แต่ที่นิยมรับประทานนั้นจะเป็นแครอทสีส้มและยังจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย 

แครอทอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เป็นต้น สำหรับประโยชน์ของแครอทนั้นที่เด่น ๆ ก็เห็นจะเป็นการนำมาใช้ประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว ทั้งผัด ทอด แกง ต้ม ซุป สลัด ยำ ก็มีแครอทเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น และยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำแครอทปั่นอีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้สรรพคุณของแครอทที่ใช้เป็นยารักษาโรคก็ใช้รักษาได้อย่างหลากหลายเช่นกัน

20 สรรพคุณของแครอท

  1. ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่ายจากมลภาวะแสงแดดต่าง ๆ
  2. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  3. ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน เหงือก เล็บ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  4. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  5. ช่วยสร้างสร้างภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  6. ช่วยยับยั้งต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  7. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  8. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  9. ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  10. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด
  11. ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง
  12. ช่วยบำรุงเส้นผม
  13. ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพาต
  14. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว
  15. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา รักษาโรคตาฟาง และต้อกระจก
  16. ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทยรอยด์เป็นพิษ
  17. ช่วยย่อยอาหาร และช่วยแก้และบรรเทาท้องผูก
  18. แครอทมีสรรพคุณใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  19. ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน
  20. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง

ประโยชน์ของแครอท

  1. นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน
  2. ใช้ทำเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพหรือน้ำแครอท หรือนำมาทำเป็นเค้กแครอท
  3. ในด้านความงาม นำน้ำแครอทผสมมะนาว ทาผิวหน้าบำรุงผิวพรรณ ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
  4. ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด เช่น สบู่แครอท เป็นต้น

เมื่อเราได้รู้ 20 สรรพคุณของแครอท กันแล้ว ก็อย่าลืมทานแครอทกันนะ แครอทเป็นผักที่มีสารอาหารมากๆ แถมยังมีสีสันสดใสน่ากิน หากใครมีลูก แครอทก็เป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะฝึกให้เด็กๆ ยอมกินผัก เพราะแครอทนั้นสามารถนำมาทำอาหารที่น่าตาน่ากินได้ง่าย 

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับถั่วงอก ประโยชน์จากการรับประทานถั่วงอก

ถั่วงอกประกอบไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ทั้งโปรตีน กรดอะมิโน แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งประโยชน์ของถั่วงอกอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวานและโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ถั่วงอกยังให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังลดความอ้วนหรืออยู่ในช่วงควบคุมอาหาร

ถั่วงอก คือ ต้นอ่อนของถั่วที่งอกจากเมล็ดถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วลันเตา หรือถั่วเหลือง โดยปกติคนไทยนิยมรับประทานถั่วงอกที่มาจากถั่วเขียวและถั่วเหลืองเป็นหลัก ซึ่งต้นอ่อนเหล่านี้มักถูกนำมาปรุงอาหาร ทั้งแบบสุกและดิบ อย่างในก๋วยเตี๋ยวหรือผัดไทย หลายคนอาจบริโภคถั่วงอกเพื่อรสชาติ แต่อาจยังไม่ทราบว่าถั่วงอกนั้นมีประโยชน์หรือโทษต่อสุขภาพอย่างไร ในบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับถั่วงอก ประโยชน์จากการรับประทานถั่วงอก มาฝากกัน

ประโยชน์จากการรับประทานถั่วงอก
อย่างที่ได้กล่าวไปว่าถั่วงอกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด อีกทั้งยังให้พลังงานต่ำ ผู้ที่บริโภคถั่วงอกเป็นประจำก็อาจได้รับประโยชน์ ดังนี้

รักษาโรคผิวหนัง
สารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่มีอยู่ในถั่วงอกเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคผิวหนัง โดยมีผลงานวิจัยงานหนึ่งที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติของสารโพลีฟีนอลกับประโยชน์ทางการแพทย์ พบว่าสารโพลีฟีนอลมีสรรพคุณช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ต้านเชื้อโรค ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวแข็งแรง จึงอาจเป็นประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรัง แผลไหม้ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รวมไปถึงโรคที่เป็นอันตรายอย่างโรคมะเร็งผิวหนังด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น รักษาสิว ลดริ้วรอย และจุดด่างดำ แต่งานวิจัยนี้ก็พบผลข้างเคียงจากการใช้อยู่บ้าง และไม่ใช่การศึกษาสารโพลีฟีนอลในถั่วงอกโดยตรง ดังนั้น หากใครต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารโพลีฟีนอลเพื่อการรักษาโรคหรือบำรุงผิว ควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการใช้ที่ปลอดภัย

ลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน
ถั่วงอกมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ ฟีโนลิค (Phenolic) ที่อาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคเบาหวาน โดยผลจากการศึกษาพบว่าสารฟีโนลิคอาจช่วยให้ร่างกายดูดซึมอาหารประเภทน้ำตาลและนำไปใช้ได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ สารนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตไกลโคเจนและปรับระดับไขมันในร่างกาย โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานลง แต่การศึกษาดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงผลข้างเคียงของสารฟีโนลิค จึงอาจต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าสารชนิดนี้ไม่ส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหากรับประทานในปริมาณมาก

ลดความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตราย เพราะผู้ที่มีภาวะดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงของโรคร้ายแรงมากกว่าคนกลุ่มอื่น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคสมองเสื่อม โดยจากการศึกษาพบว่า กรดอะมิโนและโปรตีนที่พบในสารสกัดจากถั่วงอกมีคุณสมบัติช่วยลดระดับของความดันโลหิต ดังนั้น การรับประทานถั่วงอกเป็นประจำก็อาจช่วยลดระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาชิ้นนี้ไม่ใช่การรับประทานถั่วงอกโดยตรง แต่เป็นการศึกษาสารสกัดจากถั่วงอก ซึ่งคุณประโยชน์ด้านการลดความดันโลหิตก็อาจเปลี่ยนแปลงได้

ต้านการอักเสบ
ถั่วงอกประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน โดยหนึ่งในสรรพคุณที่ถูกกล่าวถึง คือ การต้านการอักเสบ จากการศึกษาพบว่าสารอาหารหลายชนิดที่สกัดได้จากถั่วงอก อย่างโพลีฟีนอล กรดแกลลิก และฟลาโวนอยด์ มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จึงเชื่อกันว่าการบริโภคถั่วงอกอาจบรรเทาอาการของโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการอักเสบที่เกิดจากโรคต่าง ๆ ด้วยการรับประทานถั่วงอกควรรอการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงสรรพคุณดังกล่าว

ช็อกโกแลตมีกี่ชนิด และมีประโยชน์อะไรบ้าง

สำหรับ ช็อกโกแลต นั้นคือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโกโก้ โดยการนำเมล็ดโกโก้กะเทาะเปลือกแล้วนำเนื้อโกโก้ไปบดเป็นผงโกโก้ จากนั้นใส่ไขมันโกโก้จนได้โกโก้ที่หนืดและเติมแต่งกลิ่นด้วยน้ำตาล น้ำนม สารให้กลิ่นรส และ ส่วนประกอบอื่น เช่น ผลไม้แห้ง ถั่วลิสง นัท ตามชอบ 

นอกจากนี้ช็อกโกแลต หรือดาร์กช็อกโกแลต สัญลักษณ์แห่งความรักและมิตรภาพจึงถูกใช้เป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ เช่น วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันคริสต์มาส วันเกิด วันครบรอบ วันรับปริญญา ของขวัญแต่งงาน และใช้ประดับต้นคริสต์มาส หากใครกำลังสังสัยว่า ช็อกโกแลตมีกี่ชนิด และมีประโยชน์อะไรบ้าง ก็มาดูกันได้เลย

ช็อกโกแลตมีกี่ชนิด

1. ช็อคโกแลตดำ ( Dark chocolate ) เป็นช็อกโกแลตที่ประกอบด้วยประกอบด้วยโกโก้ลิเคอร์ ( Cocoa Liquor ) หรือโกโก้เค้ก ( Cocoa Cake ) เนยโกโก้ และน้ำตาล

2. ช็อคโกแลตขมนำ ( unsweetened chocolate หรือ bitter chocolate ) เป็นช็อกโกแลตที่ประกอบด้วยประกอบด้วยโกโก้ลิเคอร์ ( Cocoa Liquor ) หรือโกโก้เค้ก ( Cocoa Cake ) เนยโกโก้ และน้ำตาล แต่จะมีน้ำตาลเพียงเล็กน้อย มีรสขมมากกว่ารสหวาน

3. ช็อคโกแลตนม ( milk chocolate ) ประกอบด้วยโกโก้ลิเคอร์ ( Cocoa Liquor ) หรือโกโก้เค้ก ( Cocoa Cake ) เนยโกโก้ นมผง และน้ำตาล

4. ช็อคโกแลตขาว ( White chocolate ) เป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีส่วนประกอบของโกโก้ลิเคอร์ ( Cocoa Liquor ) หรือโกโก้เค้ก ( Cocoa Cake ) แต่จะประกอบด้วยเนยโกโก้ นม และน้ำตาล เนื้อช็อกโกแลตมีสีขาวล้วน

5. ช็อคโกแลตเนยโกโก้ ( Coating nass ) เป็นช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบของเนยโกโก้สูงหรือใช้สารทดแทนเนยโกโก้ชนิด non-lauric CBR ทำให้เนื้อช็อกโกแลตแข็งตัวเร็ว เหมาะสำหรับใช้เคลือบหรือชุบขนมให้ด้านนอกขนมมีแลดูสวยงาม ผิวมีความเนียนเรียบ และแลดูมันวาว อีกทั้งยังเพื่อเพิ่มรสช็อกโกแลตให้แก่ขนมเพียงเล็กน้อย โดยไม่ทำให้รสชาติขนมเปลี่ยนไปมาก

6. ช็อคโกแลตคอมพาวด์โคทติง ( Compound coatings chocolate ) เป็นช็อกโกแลตผสมที่มีการเติมไขมันพืชทดแทนเนยโกโก้ และใช้ผงโกโก้ ( Cocoa Power ) แทนโกโก้ลิเคอร์ ( Cocoa Liquor ) ทำให้เติมเครื่องแต่งสีหรือรสได้ตามต้องการ

7. คูเวอร์เจอร์ช็อคโกแลต ( Couverture chocolate ) หมายถึง ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของเนยโกโก้มาก มีไขมันมากกว่า 30 เปอเซ็นต์ และมีส่วนผสมของ น้ำตาล น้ำนม เหมาะสำหรับใช้เคลือบอาหาร

8. ช็อคโกแลตชนิดเส้น ช็อกโกแลตชนิดเกร็ด ( chocolate chip ) หมายถึง ช็อกโกแลตที่ทำเป็น เส้น หรือ เม็ดขนาดเล็ก ใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่ ( bakery )

9. ช็อคโกแลตชนิดครีม หมายถึง ช็อกโกแลตที่ใส่น้ำตาล ครีม

ประโยชน์ของช็อกโกแลต

  • การกินช็อกโกแลตขนาดแค่เหรียญบาทเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้
  • การกินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจได้สูงถึงร้อยละ 44
  • ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของสมองให้นานมากขึ้นถึง 2-3 ชั่วโมง
  • ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
  • ช่วยป้องกันเซลล์ผิวถูกทำลายจากแสงแดดได้
  • ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาปรับสมดุลอารมณ์ ทำให้อารมณ์ดีขึ้นคนท้องที่กินช็อกโกแลตเป็นประจำมีแนวโน้มว่าลูกน้อยในครรภ์เป็นเด็กอารมณ์ดี ลดความเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ

สรรพคุณของกากกาแฟ กากกาแฟทำอะไรได้บ้าง

สำหรับร้านกาแฟต่างๆ สิ่งที่เหลือตลอดอาจจะเป็นกากกาแฟ และบางคนนั้นอาจจะไม่รู้เลยว่ากากกาแฟนนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง เลยอาจจะนำไปทิ้งโดยไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์ แต่ความจริงแล้วกากกาแฟนั้นมีสรรพคุณมากมาย หากอยากรู้ว่ากากกาแฟนั้นนำไปทำอะไรได้บ้าง มาดูกันเลย

1. ขัดผิว สครับผิว
แน่นอนว่าการขัดผิวด้วยกากกาแฟนั้นเป็นประโยชน์สุดฮิตของกากกาแฟ เพราะจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดข้อศอกดำด้าน หรือผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง โดยการให้นำกากกาแฟที่สะอาดนำไปตากแห้ง เอามาใส่ขวดโหลไว้ จะใช้เมื่อไหร่ก็เอาออกมาใช้ สูตรขัดผิวด้วยกากกาแฟมีอยู่หลายสูตรเลย เช่น นำกากกาแฟผสมนมสดและน้ำผึ้ง มาสครับผิวตัวหรือมาส์กหน้าก็ได้ ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวเรียบเรียนยิ่งขึ้น 

2. ลดรอยคล้ำใต้ตา
นอกจากจะขัดผิวด้วยกาแฟแล้ว สามารถนำมามาส์กแก้รอยคล้ำใต้ตา เป็นวิธีแก้ขอบตาดำอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำ นอกจากจะใช้ถุงชาแบบจุ่มมาโปะที่ตาแล้ว ใช้กากกาแฟแบบนี้ก็ช่วยเหมือนกันนะ 

3. สระผมลดความมัน และลดผมร่วง
ใครที่มีปัญหาผมมัน ใช้แชมพูแก้ผมมันหลายยี่ห้อแล้วก็ไม่หายซักที ลองนำกากกาแฟไปผสมกับแชมพูหรือครีมนวดแล้วสระตามปกติ แต่วิธีนี้อาจจะทำให้สีผมคุณมีสีเข้มขึ้นหากคุณเป็นคนสีผมอ่อน อีกอย่างคือกากกาแฟสามารถช่วยลดผมร่วงได้ โดยการนำกากกาแฟผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วหมักผมไว้ประมาณ 15 นาที แล้วสระผมตามปกติ 

4. ทำสบู่และเทียนกากกาแฟ
สามารถนำมาทำเป็นสบู่กากกาแฟ เพื่อง่ายต่อการใช้งาน สรรพคุณเหมือนการใช้กากกาแฟแบบผง ๆ เชียวล่ะ อีกทั้งยังนำมาทำเป็นเทียนจากกากกาแฟได้อีกด้วย เช่น ทำเทียนอโรม่าด้วยกากกาแฟ นอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นได้อีกทางหนึ่งด้วย 

5. แก้ปัญหาท่อตัน
เพียงแค่ผสมกากกาแฟกับน้ำร้อนและน้ำยาล้างจานเล็กน้อย จากนั้นเทลงไปในท่อที่ต้องการทำความสะอาด จะช่วยได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่ออ่างล้างจาน ท่อห้องน้ำ ก็ช่วยได้หมด 

6. ทำปุ๋ย ใส่ต้นไม้
รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของกากกาแฟ คือเป็นปุ๋ยชั้นดีเลยล่ะ เพราะในกากกาแฟมีแร่ธาตุจำเป็นต่อต้นไม้อยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น ไนโตรเจน โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส วิธีทำปุ๋ยจากากกาแฟก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ผสมกากกาแฟกับดินที่จะปลูกต้นไม้ หรือนำไปหมักกับน้ำหมักชีวภาพก็ได้เช่นกัน

7. กากกาแฟดับกลิ่น
จุดเด่นอีกอย่างของกากกาแฟเลยคือช่วยดับกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นรองเท้า กลิ่นตู้เย็น ฯลฯ กากกาแฟจะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้จางลง ทำได้โดยการนำกากกาแฟห่อผ้าหรือเทใส่ภาชนะแล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ หรือใครที่มีปัญหากลิ่นเท้า สามารถใช้กากกาแฟผสมน้ำอุ่น แล้วแช่เท้าไว้ประมาณ 20 นาทีจะช่วยดับกลิ่นเท้าได้

8. ไล่หอยทาก
บ้านใครประสบปัญหาหอยทากเยอะ ไล่ยังไง วิธีไหนก็ไม่ไปซักที ลองมาใช้กากกาแฟโรยบริเวณที่หอยทากชอบอยู่ หรือตามทางเดินของมัน หรือจะตรงแปลงผัก รอบกระถางก็ได้ คาเฟอีนที่อยู่กาแฟจะช่วยให้หอยทากตายไปในที่สุด หรือจะใช้กากกาแฟผสมน้ำฉีดพ่นบนต้นไม้ กระกางดอกไม้ หรือแปลงผักก็ได้ นอกจากช่วยไล่หอยทากแล้วยังช่วยบำรุงต้นไม้อีกด้วย 

9. กำจัดเห็บหมัดให้สัตว์เลี้ยง
กำจัดเห็บหมัดให้สัตว์เลี้ยง พร้อมช่วยบำรุงขนสัตว์เลี้ยงของคุณให้เงางาม วิธีก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่ผสมกากกาแฟลงไปในแชมพูอาบน้ำสัตว์เลี้ยง แล้วอาบให้ตามปกติ จะช่วยกำจัดเห็บหมัดได้เป็นอย่างดี 

10. กำจัดกลิ่นอาหารติดมือ
อีกปัญหากวนใจในการทำอาหารเลยคือมีกลิ่นอาหารติดมือ จะล้างมือด้วยสบู่กี่รอบกลิ่นก็ไม่หายไปซักที เช่น กลิ่นกระเทียม หอมแดง ต้นหอม ผักชี หัวหอม ลองนำกากกาแฟมาถูมือเบา ๆ เน้นบริเวณที่มีกลิ่นติดแรง และล้างด้วยสบู่ตาม จะช่วยกำจัดกลิ่นได้ 

หมดปัญหาคำถามที่ว่ากากกาแฟทำอะไรได้บ้าง เห็นไหมว่ากากกาแฟนั้นมีประโยชน์มากจนทำให้ต้องร้องว้าว เพราะสามารถช่วยแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เอาล่ะ ใครที่ได้กากกาแฟแล้วไม่อยากทิ้งให้เสียเปล่า ต้องเอามาใช้ประโยชน์กันหน่อยแล้ว