JEXI: HER หนังฮาท้ามิสเตอร์บีน

[รีวิว] JEXI: HER ในแบบฉบับคอมเมดี้

มั่นใจว่าคนชอบดูหนังหลายท่านจะจำ HER หนังประสิทธิภาพที่ปัดกวาดรางวัลมาเกือบทุกสถาบันในปี 2013 ผลงานเขียนบทแล้วก็ควบคุมของ สไปค์ จอนซ์ เรื่องราวของหนุ่มน้อยขี้เหงาที่หลงเสน่ห์ระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนเอง หนังได้ วาคีน ฟินิกซ์ มารับบทำ ก็น่าเชื่อถือว่าคู่ซี้ จอน ลูคัส แล้วก็ สก็อตต์ มัวร์ ก็คงจะได้แรงจูงใจมากมายจาก HER นี่ล่ะ แล้วคงจะรวมถึง Electric Dream หนังไซไฟคอมเมดี้ปี 1984 ด้วยล่ะ รวมกันออกมาเป็นบทภาพยนตร์ Jexi เรื่องนี้ล่ะ รวมทั้งใส่มุกตลกโปกฮาในสไตล์สัปดี้สัปดนที่คู่นี้ถนัดหนักหนา ก็จำเป็นต้องอ้างอิงถึงผลงานดูหนังก่อนหน้าของคู่นี้อย่าง Bad Moms , The Hangover ก็เพียงพอจะคิดภาพออกว่ามุกของสองคนนี้จะลามกราวๆไหน

 

พลอตเรื่องมาแบบง่ายๆและก็คลี่คลายจบแบบง่ายๆด้วยเหมือนกัน เมื่อฟิลบังเอิญทำโทรศัพท์เคลื่อนที่หลุดมือตกแตก ก็เลยไปซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหม่ที่มาพร้อมด้วยระบบปฏิบัติการสุดอัจฉริยะที่ชื่อว่า JEXI อย่างกับ siri โน่นล่ะขอรับ ซึ่งสามารถตอบโต้ได้ แล้วปฏิบัติหน้าที่เลขาได้ต่างๆนานา แต่ว่านี่มันระบบปฏิบัติการในหนังนะ ก็เลยจะต้องทำให้มันเวอร์สักนิดสักหน่อยหนังจะได้สนุกสนาน JEXI ในหนังก็เลยเป็นระบบปฏิบัติงานที่มีความเข้าใจสูง มีความคิดอ่านของตนเอง ไม่เชื่อฟังคำบัญชาจากฟิลไปหมดทุกๆอย่าง แล้วหนังก็วางตัวตนของฟิลให้เป็นชายหนุ่มที่ใช้การไม่ได้ หน้าที่การงานก็ย่ำคงที่ ขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าแม้กระทั้งจะจีบหญิง ไม่เข้าสโมสรคบค้าสมาคมกับใครๆทานอาหารจำเจอย่างเดิมทุกมื้อ มิชชันหนึ่งของ JEXI ก็คือความพากเพียรสนับสนุนให้ฟิลเปลี่ยนตัวตนไปในทางที่ดียิ่งขึ้น จุดพีคของหนังมาเริ่มตรงที่ JEXI กำเนิดรักฟิลแล้วก็หึงเมื่อฟิลกำลังหวานชื่นกับเคต สาวเถ้าแก่ขายรถจักรยาน แล้ว JEXI ก็เพียรพยายามกีดกันแล้วก็แกล้งทุกแนวทาง เพื่อไม่ให้ฟิลแล้วก็เคตสมหวังกัน แล้วกลับมาใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมือนอย่างเดิม

 

หนังใช้ข้อดีของความเป็นหนังคอมเมดี้ ด้วยการใส่ร้ายป้ายสีเวอร์วัง ไร้เหตุผลลงไปในบทหนังมากมายก่ายกอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความรู้ความเข้าใจของ JEXI ที่เป็นมากกว่าระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ว่าสามารถเชื่อมโยงตนเองกับระบบคอมพิวเตอร์ได้ทั่วทั้งโลก ทำให้นางนั้นสามารถตามฟิลไปได้ทุกแห่งหน รวมทั้งในพาร์ทโรแมนติก ที่ช่างย้อนแย้ง เนื่องจากว่าหนังระบุตัวตนของฟิลให้เป็นชายหนุ่มที่ไม่เอาถ่าน ไม่มีเสน่ห์ ซุ่มซ่าม ขี้อาย พูดจาไม่น่าฟัง งานการก็กระจอก กลับปราบหัวใจเคต สาวที่เป็นจุดมุ่งหมายแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งๆที่แวบแรก นางตั้งแง่ไม่ชอบกับฟิลเสียด้วยซ้ำ และยังมีปัญหาอีก 2-3 เรื่อง ที่ต่างก็คลี่คลายไปได้เฉยๆซะงั้น

 

มองดูในด้านภาพยนตร์ตลก หนังก็ตอบปัญหานี้ได้ดิบได้ดี ถ้าหากตั้งเป้าหมายว่าอยากที่จะให้เวลาสัก 83 นาที ไปบรรเทา JEXI ก็มีเสียงหัวเราะให้อย่างเต็มเปี่ยม หนังยิงมุกถี่แล้วติดดูเหมือนจะทุกมุก แล้วก็มุกส่วนมากก็มาจากความเจ้ากี้เจ้าการ บวกกับความปากหมา ใช้ถ้อยคำภาษษแรงๆของ JEXI นี่ล่ะ ที่ให้เสียงบรรยายโดย โรส เบิร์น นางเอกสาวสวยที่รอบนี้มิได้มาโชว์ใบหน้าให้มองเห็น ก็จะต้องย้อนไปชื่นชอบ จอน ลูคัส แล้วก็ สก็อตต์ มัวร์ ที่ก่อร่างสร้างตัวตนของ JEXI ให้เป็นระบบปฏิบัติงานที่มาพร้อมความร้ายกาจลึก หัวหมอ แล้วก็กวนทีนสุดๆบวกกับเสียงบรรยายของโรส ที่จำเป็นต้องกล่าวประโยคต่างๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ก็ทำให้เพิ่มความกวนมากขึ้นไปอีก หนังถ่ายทำเสร็จแล้วถึงให้โรส เบิร์น มาลงเสียงบรรยายคราวหลัง ส่วนในระหว่างที่กำลังถ่ายทำนั้นก็ให้คณะทำงานกองถ่ายทำหน้าที่อ่านบท JEXI แทนไปก่อน

 

อดัม เดไวน์ ตัวประกอบร่างอวบ ได้เลื่อนชั้นมาเป็นดารานำชายในเรื่องนี้ คงจะเรื่องแรกเลยมั้ง ก็นับว่าได้บทที่กับบุคลิกลักษณะเป็นอย่างมาก แต่ว่าลีลาท่าทางแล้วก็เสน่ห์ยังไม่ฉายพอที่จะเป็นดารานำชายนำเด่นนำผู้เดียวนะ รายเดียวที่เป็นดาราหนังมีชื่อในเรื่องนี้เป็น ไมเคิล พีนา ที่มารับหน้าที่เป็นตัวชงมุกหลักเลยล่ะ โผล่มาเพียงแค่ 2-3 ฉาก ก็เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกรอบ ทางค่ายก็รู้สึกยังคลุมเคลือกับหนังด้วย เลยออกฉายเพียงแค่จำกัดโรงไปตั้งแต่เดือน ต.ค. โน่น หนังก็ทำรายได้เล็กๆน้อยๆน่ารักน่าเอ็นดูเชียวถึงวันนี้ได้เงินมา 7 ล้านเหรียญ แต่ว่าถ้าหากวัดจากเสียงหัวเราะ ก็มิได้ด้อยไปกว่า The Hangover หรือ Bad Moms นักนะ เพียงแค่พลังศิลปินของ อดัม เดไวน์ ยังไม่แรงพอที่จะดึงผู้ชมได้แค่นั้นล่ะ แต่ว่าก็ชี้แนะว่า JEXI เป็นอีกตัวเลือกซึ่งสามารถสร้างเสียงหัวเราะบรรเทาได้ดิบได้ดีในตอนเทศกาลปีใหม่นี้ขอรับ