Category Archives: สุขภาพ

5 วิธีแก้ปวดขาสำหรับชาวออฟฟิตที่ต้องยืนบนรถไฟฟ้าทุกวัน

ถึงแม้การขึ้นรถไฟ้าจะประหยัดเวลาในการเดินทาง แต่ด้วยปริมาณของฝูงชนที่ใช้รถไฟฟ้าในช่วงเช้าจึงทำให้เราต้องทนยืนไปตลอดจนสุดสาย และเพราะการยืนนานๆ ในบางครั้งอาจส่งผลต่อสุขภาพของขาจนทำให้มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง วันนี้เราจึงไม่พลาดที่จะนำ 5 วิธีแก้ปวดขาสำหรับชาวออฟฟิตที่ต้องยืนบนรถไฟฟ้าทุกวัน กัน

1.ยืดกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย
การยืนบนรถไฟฟ้าเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและเกิดความเมื่อยล้า จนปวดขาได้ ดังนั้นเราจึงควรยืดกล้ามเนื้อให้เกิดความผ่อนคลายทันทีที่ถึงบ้านก็จะช่วยลดอาการปวดบวมและเมื่อยล้าให้ทุเลาลง โดยเราสามารถยืดกล้ามเนื้อได้ตั้งแต่วิธีเบสิคอย่าง การขยับนิ้วเท้าขึ้นลงเป็นจังหวะ การยืนบนส้นเท้าแล้วยกฝ่าเท้าข้างหน้าขึ้นเพื่อทิ้งน้ำหนัก ไปจนถึงการนั่งเหยียดขาตรงแล้วเอื้อมมือไปแตะฝ่าเท้าด้านหน้า ซึ่งวิธีที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นวิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อและช่วยลดความเมื่อยล้าจากการยืนที่ได้ผลเป็นอย่างดี

2.ใช้น้ำเย็นนวดฝ่าเท้า
ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นตะคริว เพราะในบางครั้งการคลึงฝ่าเท้าไปบนขวดน้ำดื่มที่แช่เย็นจัด ก็สามารถลดอาการปวดเมื่อยได้อย่างชะงัก โดยให้ทำสลับสองข้างราวๆ เพียง 15 นาทีต่อวัน เท่านี้อาการบวมเกร็งและคลายความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันก็มลายหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว

3.แช่เท้าในน้ำเกลือยิปซั่ม
เราสามารถใช้ช่วงเวลาวันหยุดในทำสปาเท้าเพื่อความผ่อนคลายง่ายๆ ได้ที่บ้าน ด้วยการนำ ‘เกลือยิปซั่ม’ หรือ ‘เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต’ ที่เรารู้จักกันดีมาผสมกับน้ำอุ่นเพื่อแช่ฝ่าเท้าราวๆ 15 นาที ทั้งนี้น้ำอุ่นและเกลือยิปซั่มจะช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อพร้อมช่วยลดอาการบวมตึงจากการยืนเป็นระยะเวลานานๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม

4.ลูกเทนนิสช่วยได้
นำ ‘ลูกเทนนิส’ หรือ ‘ลูกบอลทรงกลม’ ที่มีขนาดราวๆ กำปั้นมาวางบริเวณกึ่งกลางเท้า จากนั้นใช้เท้ากดน้ำหนักและคลึงไปมา สลับกับการยืนบนพื้นปกติ ทำแบบนี้ราวๆ 10 เซ็ตหรือ 15 นาทีต่อวัน ก็จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งของฝ่าเท้า หรือปวดขาจากการยืนมาตลอดทั้งวันได้เช่นกัน

5.พาดขาบนที่สูง
การยกขาให้สูงกว่าลำตัวถือเป็นหนึ่งในท่ากายบริหารที่จะช่วยลดอาการหดเกร็งและคลายความเมื่อยล้าของขาได้ โดยเราสามารถใช้เก้าอี้หรือหมอนมาซ้อนกันเพื่อวางพาดขาให้ได้มุมประมาณ 45 องศา หากไม่สะดวกอาจใช้วิธีการนอนชิดกำแพงแล้วเอาขาพาดผนังทิ้งไว้ราวๆ 5 นาทีก็ย่อมได้ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยังช่วยลดอาการบวมของเท้าที่เกิดจากการยืนเป็นระยะเวลานานๆ อีกด้วย

แค่ทำตาม 5 วิธีแก้ปวดขาสำหรับชาวออฟฟิตที่ต้องยืนบนรถไฟฟ้าทุกวัน ที่เรานำมา ไม่ว่าผู้คนบนรถไฟฟ้าจะแน่นหรือต้องยืนไกลแค่ไหน ชาวออฟฟิตก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว

อยากพกยาไปต่างประเทศ ควรเตรียมตัวอย่างไร

    หลายคนนั้นมีความคิดว่า ถ้าฉันจะไปต่างประเทศ และต้องการพกยาติดตัวไปด้วย จะทำได้ไหมนะ จริงๆ แล้วสามารถทำได้ แต่อาจจะมีขั้นตอนในการติดต่อกับทางสถานฑูตประเทศนั้นๆ ที่แตกต่างกันออกไป เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อทำการสอบถามชนิดของยาที่สามารถนำเข้าได้และยาที่ถูกต้องห้าม  เนื่องจากแต่ละตัวยานั้นจะมีวิธีการนำเข้าที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงมีการเตรียมตัวก่อนที่จะพกยาไปต่างประเทศมาฝากกัน

    1. ยาที่อนุญาตให้พกติดตัวไปได้ จะต้องนำยาที่อยู่ในแพ็คเกจลักษณะที่ถูกต้องไป หากแกะแยกออกเป็นแผง หรือแยกออกเป็นเม็ดแล้ว ผู้ตรวจอาจไม่ทราบว่ายาชนิดนั้นคืออะไร อาจทำให้ไม่สามารถนำเข้าไปได้
    2. หากเป็นยาที่ถูกห้ามนำเข้าในประเทศนั้น ๆ และเราจำเป็นต้องใช้ยาที่เป็นยาต้องห้าม และเมื่อปรึกษาคุณหมอแล้วก็ไม่มียาตัวไหนที่สามารถแทนได้ วิธีการ คือ ให้กรอกแบบฟอร์มขออนุญาตการนำยาเข้าประเทศนั้น และสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ เอกสารการรับรองแพทย์ หากเรามีโรคประจำตัว ยาที่รักษาไม่ใช่ยาสามัญทั่วไป เราควรให้แพทย์เขียนระบุว่า เราเป็นโรคอะไร และจำเป็นต้องใช้ยาอะไรบ้าง

แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวอาจสงสัยว่า แล้วยาสามัญประจำบ้านชนิดใดบ้างที่เราจะสามารถนำติดตัวไป และควรจะพกไป เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้บ้าง ยาเหล่านั้น คือ 

    1. ยาแก้เมารถ เมาเรือ
    2. ยาแก้แพ้
    3. ยาลดกรด แก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง
    4. เกลือแร่ แก้ท้องเสีย
    5. ยาคลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ

    ดังนั้น หากรู้ว่าตนเองจำเป็นต้องเดินทางไกล และมีโรคประจำตัวอยู่ ท่านควรจะเตรียมตัวในการพกยาไปให้ดี และสำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว ยาสามัญทั่วไปก็จำเป็นเช่นกัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้ยา ท่านจะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะหายามาใช้ไม่ทัน