Category Archives: บทความทั่วไป

นอนหลับยาก แก้ได้ง่ายๆ

     หลายคนนั้นอาจจะเคยพบกับปัญหาความเครียด มีความวิตกวังวล อยู่เสมอ จึงส่งผลให้ไม่สามารถนอนหลับได้ หรือนอนหลับก็หลับไม่สนิท หรือนอนหลับยากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ  หากใครกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ ขอให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้นอนไม่หลับอยู่คนเดียว เพราะหลายคนทั่วโลกก็ประสบกับปัญหานอนหลับยากเช่นกัน วันนี้เราจึงมีทบทความ นอนหลับยาก แก้ได้ง่ายๆ มาฝากทุกคนกัน หากใครกำลังพบปัญหา นอนหลับยาก ลองทำตามวิธีของเราได้เลย

1. ทาน “วิตามินเสริม” และใช้ “กลิ่น” ช่วยสร้างบรรยากาศการนอน
     เลือกทาน “อาหารหรือวิตามินเสริม” ที่มีสารสกัดเหล่านี้ อาทิ Melatonin, Ginkgo biloba, Glycine, Valerian root, Magnesium, L-theanine, Lavender ที่สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเพิ่มคุณภาพในการนอนหลับสนิทได้ดีขึ้น และนอกจากการเลือกทานอาหารและวิตามินแล้ว การใช้ “กลิ่น” ที่มอบความรู้สึกผ่อนคลายอย่างกลิ่น ลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัส มะลิ และโอเชียน ยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า คนที่ใช้น้ำมันหอมระเหยหรือได้กลิ่นหอมดังกล่าวมีคุณภาพการนอนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้กลิ่นช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกทานอาหารเสริมหรือใช้กลิ่นช่วยก็ต้องทำควบคู่ไปกับการจัดตารางนอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพจิตให้ดีด้วยเช่นกัน ถึงจะเห็นผลของการนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. วางแผนแต่ละวันให้ชัดเจนและเข้านอนให้เป็นเวลา
     โดยเฉพาะในช่วงที่เกือบทุกคนต้องอยู่บ้านกันตลอดเวลาแบบนี้ ควรสร้าง Routine และสัดสรรเวลาให้ชัดเจนว่าเวลาไหนจะทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย และเข้านอน การฝึกตัวเองให้ทำอะไรเป็นเวลาแบบนี้จะช่วยให้สมองปรับตัวได้ง่ายขึ้นว่าตอนไหนควรทำอะไร เพราะหากเพื่อนๆ ไม่ได้มีตารางเวลาในแต่ละวัน ก็อาจจะขี้เกียจและเผลอนอนหลับระหว่างวันนานเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้ว Michael Breus นักจิตวิทยาคลินิคแนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการ nap หรือนอนกลางวันอยู่แค่ประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากมากเกินไปกว่านี้อาจจะทำให้การนอนหลับในตอนกลางคืนเป็นไปได้ยากกว่าเดิม และการฝึกเข้านอนให้เป็นเวลาก็จะช่วยให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ซึ่งทำให้เราหลับได้เร็วขึ้นนั่นเอง

3. สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้สงบและผ่อนคลาย
     
แน่นอนว่าการนอนหลับให้สบาย ห้องนอนและบรรยากาศก่อนนอนก็ควรจะต้องทำให้ร่างกายและจิตใจของเรารู้สึกผ่อนคลายที่สุด แนะนำให้เลือกที่นอนที่มีความหนานุ่มหรือสีสันที่คุณชอบที่สุด ห้องนอนควรเงียบและมืด แสงไฟที่ใช้ในห้องนอนควรเป็นไฟสีส้มที่ช่วยสร้างให้บรรยากาศผ่อนคลาย และควรงดการเล่นมือถือก่อนเข้านอน เพราะรายงานทางการแพทย์เผยว่า แสงสีฟ้าจากจอมือถือจะส่งผลต่อการผลิตสารเมลาโทนิน ซึ่งมีผลทำให้นอนหลับยากขึ้น และการรับข่าวสารก่อนนอนก็อาจจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่านและไปรบกวนการนอนของเราได้เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดจึงไม่ควรเล่นมือถือก่อนนอน หรือหากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรให้สายตาได้พักจากมือถือเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน อาจจะเลือกการอ่านหนังสือหรือทำสมาธิก่อนเข้านอนแทนการเล่นมือถือ จะช่วยให้เพื่อนๆ หลับได้ง่ายขึ้น

4. งดการกินดื่มในมื้อดึก
     
นอกจากการกินมื้อหนักๆ ก่อนนอนจะทำให้อ้วนแล้ว ยังส่งทำให้นอนไม่หลับอีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่าระบบย่อยอาหารของเรายังต้องทำงานอย่างหนัก จึงเป็นเรื่องยากที่ร่างกายจะผ่อนคลายได้เต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น หากรีบนอนหลังรับประทานเสร็จใหม่ๆ อาจจะเสี่ยงในการเป็นโรคกรดไหลย้อน ทำให้เกิดอาการจุกแสบกลางอก การกินมื้อดึกก่อนนอนเป็นประจำจึงทำให้ร่างกายแปรปรวน ระบบย่อยอาหารทำงานไม่เป็นเวลา และส่งผลร้ายต่อการนอนหลับสนิทในตอนกลางคืนนั่นเอง นอกเหนือจากมื้อดึกแล้ว ยังควรต้องงดการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ก่อนนอนอีกด้วย เพราะแอลกอฮอร์จะไปลดการหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับสนิท ทำให้เรานอนหลับยากขึ้นไปอีก

5. ออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ
     
เป็นข้อที่ควรทำเป็นประจำ เพราะนอกจากการออกกำลังกายจะทำให้เราเหนื่อยและอยากพักผ่อนมากขึ้นแล้ว การออกกำลังกายแม้เพียงสั้นๆ เป็นอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ยังสามารถช่วยคลายความกังวล ลดความเครียด และทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นหลังออกกำลังกาย สถาบัน Johns Hopkins Center for Sleep ยืนยันว่าการออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับในตอนกลางคืนให้ดีขึ้นได้จริงๆ ไม่ว่าจะออกกำลังกายเบาๆ โดยการเดินรอบชุมชน ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือทำโยคะ ก็ช่วยได้ทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ควรออกกำลังกายแบบบหนักๆ ก่อนนอนเพราะจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแทนที่จะช่วยนอนหลับนั่นเอง

วิธีทำตัวเองให้มองเห็นผีตามบันทึกตำราไทยโบราณ

     การเห็นผีนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนนั้นไม่อยากเห็น ไม่อยากเจอ แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบทดลอง ชอบความท้าทาย และต้องการหาวิธีต่างๆ เพื่อจะที่จะมองเห็นผี เจอผี เพื่อพิสูจน์ว่าผีนั้นมีจริงหรือไม่ เราก็มีวิธีทำตัวเองให้มองเห็นผีตามบันทึกตำราไทยโบราณ มาฝาก เพราะจริงๆแล้ววิธีนั้นมีอยู่มากมาย แต่หากลองทำตามวิธีโบราณอาจจะได้ผลมากกว่า

     
1. ให้ใช้น้ำตาของสุนัขที่มีขนสีดำมาทาที่เปลือกตา แล้วจากนั้นก็ให้หลับตาอธิษฐานและลืมตาขึ้น จากนั้นเราก็จะเห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นด้วยสายตาของมนุษย์มาก่อน แล้วทำไมถึงต้องเป็นน้ำตาของเจ้าตูบสีดำเท่านั้น เพราะคนสมัยก่อนมีความเชื่อว่า หมาดำนั้นจะนำความโชคร้ายมาให้ อาจจะเพราะว่าพวกมันชอบไปเดินอยู่แถวๆสุสานตอนกลางคืนก็ได้ อย่างที่อียิปต์ก็มีเทพ Medame ที่ทุกคนยกให้เป็นเทพแห่งความตายซึ่งมีหัวเป็นสุนัขดำเหมือนกัน

      
2. ให้เอาผ้าถุงมาใส่สลับทิศทางจากหัวไปล่างจากล่างไปหัวและนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกและต้องทำเฉพาะในวันพระเท่านั้น หลังจากที่นอนเสร็จให้เอาเหรียญใส่ไปในปากหลับตาทั้งสองข้างแล้วท่องนะโม 16 จบ คนเดียวในห้องมืดๆ แล้วเราก็จะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเหมือนกับได้หลุดเข้าไปในโลกอีกโลกหนึ่งเลย

     3. ให้ตัดเล็บมือ ตัดจากเล็บมือนิ้วก้อยมือขวาแล้วค่อยๆไล่ไปเล็บมือนิ้วกลาง นิ้วชี้ และในช่วงเวลาในการตัดก็ไม่ใช่การตัดแบบสะเปะสะปะ แต่เป็นการตัดเล็บแบบละเมียดละไม และต้องระวังเป็นพิเศษคือห้ามตัดให้เล็บฉีกหรือเล็บขาด ไม่งั้นมันจะไม่ตามตำราค่ะ พอตัดเล็บเสร็จ ก็เอาเล็บที่ตัดทั้งหมดมาใส่ไว้ในห่อผ้าที่เป็นสีดำ จากนั้นก็เอาไปวางไว้ในทิศตะวันตก แล้วก็เข้านอน ถ้ามันได้ผล คุณอาจจะเจอใครสักคนที่มาเยี่ยมในยามวิกาล ก็อย่าเพิ่งตื่นตกใจ หรือลืมตามาโวยวายนะคะ เพราะว่าเขาจะมาเก็บเล็บคุณให้นั่นแหละ

     4. กางร่มในที่ร่วม วิธีนี้ไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักเท่าไร แต่วิธีนี้เคยถูกบันทึกในตำราไทยโบราณด้วย วิธีการทำก็ง่ายๆ คือการเอาร่มไปกางในที่ร่ม ในช่วงเวลาสี่โมงเย็นถึงหกโมงเย็น เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านชาวช่องเรียกว่า ผีตากผ้าอ้อม และร่มที่ใช้ต้องเป็นร่มสีขาวหรือสีดำเท่านั้น แล้วเมื่อเรากางเสร็จก็ให้เราตั้งจิตอธิษฐานกำหนดจิต เราก็อาจจะเห็นอะไรสักอย่างมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆเราคนโบราณเชื่อว่า การทำสิ่งนี้จะเชื่อมระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตายให้เชื่อมเข้าด้วยกัน เพราะแบบนี้คนเฒ่าคนแก่ถึงชอบพูดกันว่าอย่านอนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเพราะจะถูกผีอำก็ได้

     5. ไปยืนเฉยๆตรงทางสามแพร่ง ทางสามแพร่งเป็นบริเวณเกิดอุบัติเหตุหรือคนตายที่ไม่ได้ตั้งตัวหรือเตรียมตัวก่อนที่จะตายจนเกิดเป็นผีตายโหงมากที่สุด บางคนก็ตายแล้วแต่ไม่รู้ตัวว่าตาย กลายเป็นผีเร่รอน หรือวิญญาณสัมภเวสี คนที่อยากเห็นผีด้วยวิธีนี้ก็อย่าลืมเอาอาหารติดไม้ติดมือไปด้วยแล้วกันแล้วลองเอาอาหารไปวางแถวๆนั้น แล้วพอสังเกตดู ปริมาณอาหารอาจจะลดน้อยลงไปแม้ไม่มีใครไปแตะต้องเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็มองได้สองทาง คือนกหรือแมวที่หิวโหยหรือสัตว์จรจัดมากินอาหาร หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นมามุงกันกินจริงๆ

เช็คดวงด้านโชคลาภ ราศีธนู-ราศีกุมภ์ ครึ่งเดือนแรกของมกราคม 2564

      เมื่อถึงปีใหม่ การเช็คดวงด้านโชคลาภเสี่ยงดวงต่างๆ จะเป็นสิ่งที่สายมูชอบมาก เพราะการได้รู้ว่าตัวเองนั้นโชคดีหรือโชคไม่ดี ก็เหมือนเป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะทำการอะไรต่างๆ เช่นหากอยากจะเสี่ยงดวงในช่วงเดือนมกราคมนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องดูดวงเรื่องงานเงินโชคลาภก่อนที่จะลองเสี่ยงโชคดู เพื่อจะได้รู้ว่าตนเองนั้นมีหวังที่จะรวย หรือจะมีโชคหรือไม่ ถ้าหากได้เช็คดวงแล้ว แล้วดวงออกมาไม่ดี ก็จะได้มีการไปทำบุญ แก้กรรมอะไรต่างๆ เพื่อเสริมมงคลให้กับตัวเอง วันนี้เราจึงมีบทความเช็คดวงด้านโชคลาภ ราศีธนู-ราศีกุมภ์ ครึ่งเดือนแรกของมกราคม 2564 มาฝากกันราศีธนู-ราศีกุมภ์ ที่สนใจจะเช็คดวงก็ดูจากบทความนี้ได้เลย


1.ราศีธนู (16 ธันวาคม ถึง 15 มกราคม)

การเงิน : เดินทางอีกแล้วจ้า ความสำเร็จจะอยู่ต่างถิ่นต่างบ้าน ถูกโฉลกมีโชคดีต้องเคลื่อนที่เคลื่อนไหวจะได้รับทรัพย์มากหรือน้อย ด้วยความขยันอดทนต้องเดินทางมากกว่าปกติ ทั้งการงานและการเงิน ก็ต้องยอมเหนื่อยกันหน่อยแล้วแหละ
ความโชคดี : ยวดยานพาหนะที่เราขับขี่เป็นประจำหมายเลขทะเบียนอย่ามองข้าม มองสักนิดสะกิดใจสักหน่อย เจอแผงสลากรางวัลสอยมาสักชุดสองชุดเก็บเข้ากระเป๋าไว้ก่อน รอเวลารอโชคดีในวันต้นเดือนกลางเดือนนะคุณ
เลขนำโชค : 9, 1, 5
ระดับความโชคดี : 8
ความเคราะห์ร้าย : ในช่วงนี้จะเป็นทางด้านรำคาญใจไม่สบอารมณ์ มักจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่มักจะมีราคาแพงกว่า พอตรวจสอบราคาแล้วนั่งงงเลยเชียว ยิ่งสั่งทางออนไลน์สิ่งของที่ได้รับคุณภาพมันด้อยเกินใช้ หรือแค่สั่งมาโชว์
วันมงคล : วันพุธ, วันพฤหัสบดี
วันอัปมงคล : วันศุกร์, วันเสาร์
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักการบูชาพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งจิตอธิษฐานบารมี เป็นสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ หนักแน่นแห่งการทำความดี ประสบผลดีในทุกมิติ

2.ราศีมังกร (16 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์)

การเงิน : สถานการณ์การเงินยังอยู่ในขั้นมาตรฐาน ยังหยิบจับได้อย่างพอมือ ไม่หนักใจกับการเงินที่มีหมุนเข้ามา และก็จัดการจ่ายออกไปตามความจำเป็น ทุกอย่างเหมือนเดิมเพิ่มเติมความสุขให้ตัวเองและครอบครัวก็ดีเลิศแล้ว
ความโชคดี : ถึงเวลาความพร้อมที่จะมีบ้านหลังแรกเป็นสินทรัพย์ให้กับอนาคตตัวเรา หรือยวดยานรถคันแรกก็ได้นะ และโชคลาภจากซื้อเสี่ยงสลากรางวัล แผงรางวัลคนขายตั้งแถวหน้าร้านทอง ซื้อไว้รับไว้เป็นโชคดี
เลขนำโชค : 1, 9, 7
ระดับความโชคดี : 10
ความเคราะห์ร้าย : ให้ระวังเรื่องสุขภาพทางเดินหายใจ ระบบปอด หรือต่อมทอนซิลอักเสบ ร้อนในกระหายน้ำ อากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วปรับตัวไม่ทัน แพ้ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นปัญหาของร่างกาย กินยาจนเอือมระอาเบื่อมาก
วันมงคล : วันจันทร์, วันศุกร์
วันอัปมงคล : วันอาทิตย์, วันพุธ
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักการบูชาพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นปางสัญลักษณ์พญานาคมุจรินทร์คอยปกป้องพระพุทธเจ้าจากพายุฝน เพื่อคุ้มครองป้องกันสรรพทุกข์ สรรพภัย สรรพเคราะห์ ให้มลายหายสิ้นไป

3.ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ ถึง 12 มีนาคม)
การเงิน : ช่องทางการได้มาซึ่งการเงิน พอจะเข้าไปคว้ามาใส่กระเป๋าได้ไม่ยากนัก แต่ยังเป็นระดับไม่ใหญ่โตมากนัก เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้ แต่ยังไม่สามารถเหลือเก็บ ค่อยเป็นค่อยไปผสมผสานก้อนเล็กก็เป็นก้อนโตได้แน่
ความโชคดี : ผู้ที่ค้าขายไม่ว่าจะกิจการครอบครัว หรือเป็นธุรกิจในรูปแบบบริษัทห้างร้าน เป็นช่วงเวลาที่ดียอดเยี่ยม และโชคซื้อเสี่ยงสลากรางวัล ในช่วงเวลาค่ำคืนดวงจันทร์สว่างสวยเด่น รีบเสี่ยงรางวัลเป็นโชคดี
เลขนำโชค : 3, 8, 0
ระดับความโชคดี : 9
ความเคราะห์ร้าย : หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มของมึนเมาทุกชนิด ช่วงนี้จะคลุมเครือเกี่ยวกับความดันโลหิตไม่แน่ไม่นอน ขาดสติ เป็นลมล้มลงไปจะเป็นอันตราย อาจศีรษะกระทบกระเทือนจะยิ่งซ้ำเติมให้ตัวเองบอบช้ำอาการหนักเข้าไปอีก
วันมงคล : วันอังคาร, วันเสาร์
วันอัปมงคล : วันอาทิตย์, วันพฤหัสบดี
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักกาบูชาพระพุทธรูปปางวัดป่าเลไลยก์ เป็นปางที่ชนะมาร ชนะอุปสรรค ชนะปัญหา แก้เคราะห์แก้กรรมให้เบาบาง และหลุดพ้นไปอย่างหมดจด ให้เจริญรุ่งเรืองรุ่งโรจน์อย่างกับพลิกฝ่ามือ

4.ราศีมีน (13 มีนาคม ถึง 12 เมษายน)
การเงิน : ตั้งหลักให้ตรงในความคิด เลือกสรรในงานที่ใช่ที่ถนัดมือ จะได้เป็นหลักเป็นฐานไม่สะเปะสะปะไปเรื่อยเหมือนปีเก่า ๆ อีกแล้ว การเงินจะได้เสถียรไม่ต้องกระเป๋าเบาอีกต่อไป เซตระบบชีวิตใหม่ไฉไลกว่าเดิมเพิ่มเติมกันได้
ความโชคดี : เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ น่าจะราบรื่นเป็นลูกค้าคู่สัญญากับสถาบันการเงิน ได้รับคำตอบที่อนุมัติตามกำหนดเงื่อนเวลาทันใจ และโชคซื้อเสี่ยงสลากรางวัล เจอะเจอคนขายบริเวณหน้าบ้านหน้าตึกเรียกรับรางวัลเป็นโชคดี
เลขนำโชค : 7, 1, 6
ระดับความโชคดี : 8
ความเคราะห์ร้าย : ต้องระมัดระวังเรื่องรักซ้อนซ่อนรัก ที่จะเสียหาย เสียชื่อเสียง และเสียเงิน จะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่สถานการณ์ จบได้เป็นจบ อย่าให้เรื่องยืดเยื้อบาดลึกถึงศาลฟ้องร้องตัดสิน
วันมงคล : วันจันทร์, วันพฤหัสบดี
วันอัปมงคล : วันอังคาร, วันศุกร์
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักกาบูชาพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งจิตอธิษฐานบารมี เป็นสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ หนักแน่นแห่งการทำความดี ประสบผลดีในทุกมิติ

ไม้ดอกไม้ประดับประจำราศี12 ราศี ปลูกไม้มงคลให้เหมาะกับราศี

      สำหรับคนที่รักต้นไม้และก็มีความเชื่อด้วย ก็ไม่แปลกด้วยที่จะต้องการปลูกต้นไม้ที่ช่วยเสริมดวง ช่วยเสริมด้านต่างๆให้ดี เป็นไม้มงคลที่เหมาะกับราศี และต้นไม้แต่ละชนิดนั้นก็มีจุดเด่นและพิเศษต่างกันไปด้วย ก็เหมือนกับราศีแต่ละราศีที่ต่างกันไป ฉะนั้นเพื่อให้เราได้ปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับราศี ก็สามารถดูได้จากบทความนี้เลย เพราะเรารวมมาทั้ง 12 ราศีแล้ว

1. ราศีมังกร

     เป็นคนที่มีความมานะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ไม่ชอบการอยู่เฉย  เหมาะกับการปลูกต้นเขียวหมื่นปี ว่านขันหมาก หรือแก้วกาญจนา เพราะเป็นต้นที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แค่หมั่นใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำเดือนละครั้ง แถมยังปรับตัวได้ดีทุกสภาพอากาศ แม้ไม่เคยเลี้ยงต้นไม้มาก่อนก็ปลูกได้สบาย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะทำให้มีอายุยืนยาว และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ

2. ราศีกุมภ์

     เป็นคนที่ชอบครีเอต ชอบเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ มีความเชื่อมั่นในตนเอง รักอิสระ ไม่ชอบการพึ่งพาใคร มีความคิดสร้างสรรค์สูง เหมาะกับการปลูกต้นไม้อากาศหรือทิลแลนเซีย ที่สามารถอยู่ได้แม้ไม่มีดิน แค่ใส่ไว้ในโถแก้วหรือกระถางเซรามิกก็ช่วยทำให้บ้านดูเก๋ไก๋ได้ เพียงแต่ต้องคอยรดน้ำบ้าง

3. ราศรีมีน

     มีความคิดสร้างสรรค์สูง เป็นคนเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบความสงบ เหมาะกับการปลูกต้นบอนไซ ต้นไม้ที่เป็นตัวแทนของความสันติ ปรองดอง และความสมดุล เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะนำพาโชคลาภมาให้ สามารถดัดลำต้นให้มีความคดเคี้ยว ช่วยสร้างความสวยงามให้บ้านได้เช่นกัน 

4. ราศีเมษ

     ถือเป็นราศีที่มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ และมีสไตล์ในตัวเอง เป็นคนที่ชอบเข้าสังคม เหมาะกับ การปลูกกล้วยไม้ ต้นไม้มงคลที่ปลูกแล้วจะช่วยให้ผู้ปลูกมีเสน่ห์ เป็นที่ต้องตาต้องใจ มีแต่คนรักคนเมตตา แถมยังไม่ต้องใช้เวลาในการดูแลมากนัก เพียงแต่ต้องแขวนไว้ในที่มีแดดรำไร

5. ราศีพฤษภ

     เป็นคนที่มีความมั่นคง เด็ดเดี่ยว และขยันหมั่นเพียร เหมาะกับต้นกระบองเพชร ซึ่งเป็นไม้ที่มีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอดได้ดี สามารถเติบโตได้ในดินที่แห้งแล้ง ต้องการน้ำน้อยเพียงแค่ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง วางไว้ใกล้กระจกหรือบริเวณระเบียง เพื่อให้โดนแสงแดดอย่างเพียงพอ นอกจากนี้หากกระบองเพชรออกดอก ยังถือเป็นสัญลักษณ์ที่ดี เพราะเชื่อว่าจะนำพาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและโชคลาภเงินทองมาให้

6. ราศีเมถุน

  ชาวราศีเมถุนเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ปรับตัวเก่ง เหมาะกับการปลูกฟิโลเดนดรอน ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีมากเกือบ 500 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีขนาดและลักษณะใบที่แตกต่างกันไป เลี้ยงดูง่ายเพราะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี

7. ราศีกรกฎ

     เป็นคนเซนซิทีฟ ชอบชีวิตเรียบง่าย ถ้าเลือกได้ชอบหาอะไรทำอยู่ที่บ้านมากกว่าออกไปเที่ยวข้างนอก มีจิตใจอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือคนอื่น จึงเหมาะกับการปลูกเดหลีที่มีดอกสีขาวบริสุทธิ์ แถมยังช่วยทำให้บ้านดูสะอาดสบายตา ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ แถมยังนำโชคลาภและเสริมให้ผู้ปลูกมีอายุยืน  

8. ราศีสิงห์

     เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ว่องไว ชอบเป็นจุดสนใจ จึงเหมาะกับต้นไทรใบสัก ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีเสน่ห์ ผิวใบมัน ใหญ่ สวยงาม และดึงดูดสายตาแม้จะวางเข้ามุมห้องก็ตาม 

9. ราศีกันย์

     เป็นคนที่พิถีพิถันในชีวิตและเป็นคนที่มักจะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จึงเหมาะกับว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงเก๋ มีประโยชน์ ทั้งการรักษาโรคและความสวยความงาม 

10. ราศีตุลย์

     เป็นคนธาตุลม มีนิสัยเป็นกันเอง ชอบเข้าสังคม และยึดมั่นในอุดมการณ์ จึงเหมาะกับต้นลิ้นมังกร เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องดูแลมาก ทนแล้งได้ดี รดน้ำบ้างเป็นครั้งคราว ลิ้นมังกรเป็นไม้ประดับที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ด้วย

11.ราศีพิจิก

     เป็นคนที่น่าหลงใหล มีพลัง มีชีวิตชีวา มีความมุ่งมั่น ฮึกเหิม และเป็นคนตัดสินใจมั่นคงแน่วแน่ เหมาะกับต้นปาล์ม สัญลักษณ์ของโชคลาภ อีกทั้งเป็นไม้ประดับที่แข็งแรงและสวยงาม 

12. ราศีธนู

     เป็นคนมีความกล้าหาญ ชอบความท้าทาย รักการผจญภัย มีความกระตือรือร้น ธาตุไฟ ซึ่งเหมาะกับดอกเสาวรสหรือกะทกรกฝรั่ง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีสีม่วงสวย ชวนให้หลงใหล นิยมปลูกด้วยการเพาะเมล็ด

เทคนิคการตลาดของการการตลาดนัด

 

             การขายของตลาดบางคนคิดว่าขายตลาดนัดเป็นเรื่องง่ายง่ายที่ใครก็สามารถทำได้ แต่มันก็ต้องมีเทคนิคในการขายที่ไม่เหมือนกัน บางคนไม่เคยกับอาชีพค้าขายมาก่อน เคยเป็นพนักงานเงินเดือนได้เงินประจำไม่มีมีความเสี่ยง มีความเสี่ยงน้อยอยู่ดีดีมาเริ่มอาชีพค้าขายเลยที่มีความเสี่ยงได้เราควรต้องมีการวางแผน บางคนออกมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าเพราะว่าอยากเป็นนายตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพค้าขายก็ควรคิดว่าจะขายสินค้าอะไรแล้วหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หาสถานที่ขายและทำเลดีดี หน้าห้าง สภาพแวดล้อมปัจจัยต่างต่าง ที่เหนือความควบคุมขอบบางคนหาที่ตั้งดีดี ขายกันรวยเกินหน้าเกินตาไปเลย จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าต้องจับจุดของการขายได้ 

   อย่างแรกที่พ่อค้าแม่ค้าควรรู้คือ เราต้องวิเคราะห์ก่อนว่าสินค้าของเรานั้นเหมาะสมกับตลาดไหนบ้าง กลางคืน กลางวัน ตลาดสด ตลาดเสื้อผ้า ควรอยู่ในที่เหมาะสม ที่ไม่เหมาะสมก็ขายไม่ดี เช่น เราขายเสื้อผ้าที่ตลาดปลา เสื้อเรานั้นก็มีกลิ่นเหม็น ใครจะมาซื้อ คนซื้อก็น้อย  แต่สินค้าบ้างกลุ่มไหนที่เหมาะสมกับทุกตลาด ก็สามารถขายทุกตลาดได้  สินค้าทุกอย่างต้องเลือกที่ขายอย่างเหมาะสม

             ขั้นตอนที่สอง พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้ราคา เราจะรู้อย่างไรว่าถึงราคาเหมาะสมกับตลาดนั้น ถ้าราคาไม่เหมาะสมก็ขายไม่ได้ อย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายเสื้อผ้าวัยรุ่น ถ้าเรานั้นไปขายที่ตลาดเช้า คนส่วนใหญ่ที่เข้าไปตลาดเช้า ปกติก็คนส่วนมากจะซื้อพวกของไปทำกับข้าวมากกว่า เพราะฉะนั้น กลุ่มลูกค้าพวกนี้ไม่คอยสนใจเท่าไหล่ สิ่งที่ลูกค้านั้นจะตัดสินใจที่จะซื้อได้ง่าย ก็คือราคา ถ้าเราขายในราคาถูกกว่าสินค้าของเราก็อาจจะสามารถขายสินค้านี้ได้ เป็นการดึงดูดด้านราคา แต่ถ้าเราขายตลาดเย็นในราคาปกติก็สามารถตรงจุดกับกลุ่มเป้าหมายกับสินค้าของเรามากกว่า เรื่องราคาก็ไม่ใช้เรื่องใหญ่ของพ่อค้าแม่ค้า ปัจจัยสำคัญคือเทคนิคการขายของเรา ว่าเรานั้นมีเทคนิคการขายสินค้าเราอย่างไร 

             ขั้นตอนที่สามนั้น การประมาณการขายของพ่อค้าแม่ค้า ปกติแล้วสินค้าของการขายของตลาดนัดนั้น ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากคู่แข่งไปมากเท่าไหล่ ปกติแล้วก็เหมือนกัน ต่างกันตรงเทคนิคการขายและการจัดวางร้าน เราจะทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้านั้น สนใจสินค้าของเรานั้นมากกว่า หาความดึงดูดลูกค้าให้ลูกค้าเข้าร้านเรา  เช่น เรานั้นขายกางเกงมือ2 ร้านอื่นก็น่าจะมี อาจจะไม่เหมือนกันจนมากเกินไป รูปแบบแต่ละร้านมันก็ต่างกัน เราก็ต้องแจ้งรายละเอียดสินค้าของเรา เราสร้างสตอรี่ขึ้นมาว่า กางเกงนั้นมากจากไหน ใครใส่กางเกงแบบนี้บ้าง  ฮิตยังไงในตอนนี้ เพื่อสร้างยอดกำไรให้กับร้านค้าของเรา กำไรต่อชิ้นได้น้อยกว่าคู่แข่งแต่ขายได้เป็นจำนวนมากกว่า ก็กำไรเยอะกว่า และเราต้องรู้ว่าสินค้าขายเรานั้น ดีกว่าคู่แข่งอย่างไรคุณภาพเกมาะสมกับราคาของสินค้าเรามั้ย คุณภาพต้องดีมากกว่าสินค้าของเรา ต้องตั้งราคาให้ดี ทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าของเรานั้นราคาถูก ราคาถูกกว่าร้านอื่น เราก็สามารถขายได้

              ปัจจัยหลักของแม่ค้าตลาดนัดนั้น สรุปง่ายๆได้ว่าเราต้องวิเคราะห์สินค้าและวิเคราะห์และมีการขายที่ต่างต่างจากร้านอื่น การจัดวางร้านขายของให้มีความแตกต่างและหน่าสนใจมากกว่าคู่แข่งขัน เลือกสถานที่ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราและก็ สร้าง สตอรี่ให้กับตัวสินค้าของเราเพิ่มการอยากซื้อให้ลูกค้า ราคาที่เหมาะสมกับสินค้าของเรา ราคาก็เป็นส่วนที่มีความหมายมากที่ ลูกค้าจะชอบคุณภาพดีและราคาถูกเป็นสักส่วนมาก ใครที่อยากจะทำธุรกิจค้าขายต้องมีการวางแผนก่อนทุกครั้ง