Category Archives: ความรู้

ไข่ขาวดีต่อสุขภาพอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง

สำหรับ ไข่ขาว นั้น หลายๆ คนคงยังงงว่า มีด้วยหรอคนที่กินเพียงแค่ไข่ขาวอย่างเดียว แล้วมันมีจะมีประโยชน์ไหม เพราะปกติแล้วก็เคยได้ยินแต่ว่าไข่แดงมีประโยชน์ แต่ในปัจจุบันนี้ความนิยมในการกินไข่ขาวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กระทั่งในปัจจุบันมีไข่ขาวบรรจุขวดขายตามท้องตลาดให้เลือกใช้กันอย่างสบาย ทำให้หลายคนที่ยังไม่เคยกินไข่ขาวแบบจริง ๆ จัง ๆ สงสัยว่า ไข่ขาวดีต่อสุขภาพอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง ทำไมถึงนิยมกัน

ไข่ขาว สารอาหารไม่ธรรมดา
ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง น้ำหนักราว ๆ 50 กรัม มีปริมาณไข่ขาวหรืออัลบูมินประมาณ 58% ของไข่ทั้งฟอง โดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 88% มีโปรตีน 11% โดยประมาณ ซึ่งโปรตีนในไข่ขาวมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ทั้งโอวัลบูมิน (Ovalbumin) โคนัลบูมิน (Conalbumin) และอะวิดิน (Avidin)

ไข่ขาว 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 4 กรัม และนอกจากโปรตีนแล้ว ไข่ขาวยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 และบี 12 เลซิติน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีไขมันและคอเลสเตอรอลน้อยมาก ต่างจากไข่แดงที่ 1 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 55 กิโลแคลอรี และมีคอเลสเตอรอลประมาณ 180-200 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของไข่ขาวต่อสุขภาพ

1. เป็นโปรตีนคุณภาพดี
ไข่ขาวมีโปรตีนอัลบูมิน ซึ่งจัดว่าเป็นโปรตีนชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากเกือบ 100% แถมยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย จึงจัดได้ว่าไข่ขาวเป็นโปรตีนคุณภาพดี เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้รักสุขภาพ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนให้ตัวเอง

2. กระตุ้นการทำงานของร่างกาย
ไข่ขาวมีกรดอะมิโนที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับอยู่มาก ด้วยเหตุนี้ไข่ขาวจึงช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายให้เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังช่วยให้การหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปด้วยดีอีกด้วย

3. ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
โปรตีนในไข่ขาวมีปริมาณมากพอที่จะช่วยซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกาย ป้องกันการเสียหาย และการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ๆ รับประทานไข่ขาวเสริมโปรตีนให้ร่างกายก็จะดี

4. บำรุงระบบประสาท
ไข่ขาวมีวิตามินและแร่ธาตุค่อนข้างมาก โดยเฉพาะวิตามินบี ที่เป็นวิตามินสำคัญที่ช่วยบำรุงระบบประสาทและการทำงานของสมอง ช่วยกระตุ้นความจำ และช่วยให้อารมณ์คงที่

5. เติมโปรตีนให้ผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีภาวะไข่ขาวรั่ว คือมีปริมาณอัลบูมินในปัสสาวะมากเกินปกติ สังเกตได้จากลักษณะปัสสาวะที่เป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ ซึ่งเมื่อเกิดภาวะไข่ขาวรั่ว ร่างกายผู้ป่วยโรคไตก็อาจขาดโปรตีนและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นไข่ขาวจึงเป็นอาหารเสริมที่ช่วยเติมโปรตีนให้ร่างกายผู้ป่วยโรคไตได้

6. ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
โปรตีนเป็นอีกหนึ่งอาหารสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน และเมื่อเรารับประทานไข่ขาวเข้าไป นอกจากจะได้รับโปรตีนแล้ว ร่างกายยังจะได้รับวิตามิน แร่ธาตุชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี การรับประทานไข่ขาวอย่างปลอดภัย ควรรับประทานไข่ขาวที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อให้ความร้อนเข้าไปทำลายเชื้อโรคที่อาจมากับไข่ขาว และเพื่อสลายโปรตีนอะวิดินที่อาจไปขัดขวางการดูดซึมไบโอตินของร่างกายได้

7. บำรุงผิวหน้า
อย่างที่ทราบว่าไข่ขาวอุดมด้วยวิตามินหลากหลายชนิดที่สำคัญสำหรับผิว สาว ๆ หลายคนจึงนำไข่ขาวมาพอกหน้าเพื่อบำรุงผิวให้ขาวใส ไร้สิว เนียนนุ่ม ลดจุดด่างดำ แถมยังช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดอาการแพ้ไปในตัว ประโยชน์ดีขนาดนี้ เราเลยมีสูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาวมาบอกต่อให้คุณสาว ๆ ไปลองใช้กันด้วย

8. บำรุงผมสวย
นอกจากประโยชน์ความงามเรื่องผิวหน้าแล้ว ไข่ขาวยังช่วยให้ผมสวยได้อีกด้วย โดยให้นำไข่ขาวมาตีให้เป็นฟอง ผสมกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาหมักผม ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วสระผมให้สะอาด ทำแบบนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เส้นผมของคุณจะค่อย ๆ มีสุขภาพดีขึ้น ไม่ชี้ฟู แถมยังมีน้ำหนัก และเงางามอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

9. ช่วยรักษาแผล
เนื่องจากไข่ขาวสามารถเกาะบนผิวเราคล้ายกับฟิล์มได้ จึงถูกนำมาใช้ปฐมพยาบาลรักษาแผลพุพอง หรือแผลน้ำร้อนลวกในเบื้องต้น เพื่อลดความแสบร้อนลง โดยให้นำไข่ไก่มา 1 ฟอง แล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาวมาทาบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพักจนแห้งจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด รอยแผลแดง หรือพุพองก็จะหายไป อย่างไรก็ตาม ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้แผลโดนน้ำเย็น หรือแคะ แกะ เกา แผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังถลอก

5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า

สำหรับเครื่องซักผ้านั้น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ที่หลายๆ บ้านนั้นต้องมีเลย เพราะเครื่องซักผ้าสามารถช่วยให้เราลดการใช้แรงไปได้เยอะเลย ไม่ต้องมานั่งซักมือทีละตัวด้วยตัวเอง และในปัจจุบันนี้นั้นก็มีเครื่องซักผ้าหลายแบบให้เราเลือกซื้อ

วันนี้เราจึงมี 5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า มาฝากกัน เพราะเครื่องซักผ้านั้นก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาสูง การจะตัดสินใจซื้อทั้งที ก็ต้องมีความรู้และมีสติในการเลือกให้ดี

1. เครื่องซักผ้าฝาหน้า
ตัวเครื่องจะมีฝาเปิด-ปิดสำหรับใส่เสื้อผ้าอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง เป็นระบบทำงานแบบอัตโนมัติวิธีการใช้จึงง่ายและเสร็จสมบูรณ์ได้เพียงแค่เลือกโปรแกรม ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบมอเตอร์แนวดิ่งโดยการหมุนของการซักจะหมุนเป็นแนวนอนคอยหมุนผ้าให้ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ตัวถังสามารถเคลื่อนที่ได้ 6 ทิศทางและทำงานเงียบมากว่าเครื่องซักผ้าประเภทอื่น

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือมีฟังก์ชั่นเยอะในการเลือกซักผ้าในแต่ละแบบเพื่อความเหมาะสมในการซักผ้าของคุณ มีระบบการควบคุมอุณหภูมิน้ำและอุณหภูมิการอบแห้งซึ่งสามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตากผ้า และส่วนใหญ่แล้วตัวเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์วัดปริมาณเสื้อผ้าและน้ำให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกัน ไม่จำเป็นต้องโยกย้ายผ้าไปยังถังปั่นแห้ง ช่วยประหยัดน้ำ และประหยัดเวลา

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือบรรจุการซักเสื้อผ้าได้น้อย ราวๆ 7-12 กิโลกรัมต่อการซัก 1 ครั้งเท่านั้น หรือหากต้องการพื้นที่บรรจุที่มากขึ้นกว่านี้ราคาก็จะสูงขึ้นมากทีเดียว และมีวิธีการติดตั้งค่อนข้างยาก

2. เครื่องซักผ้าฝาบน
ตัวเครื่องจะมีฝาเปิด-ปิดสำหรับใส่เสื้อผ้าอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง เป็นระบบทำงานแบบอัตโนมัติมีวิธีการใช้งานต่างๆคล้ายกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า โดยการทำงานของการซักจะเป็นการหมุนแนวตั้ง ตัวถังสามารถเคลื่อนที่ได้ 3-6 ทิศทางขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าเยอะ มีระบบปั่นผ้าอัตโนมัติที่ปั่นผ้าหลังซักอยู่ในถังเดียวคล้ายๆเครื่องซักผ้าฝาหน้า จึงช่วยตัดความยุ่งยากในการโยกย้ายผ้าไปยังถังปั่น สามารถบรรจุเสื้อผ้าได้มากกว่าราวๆ 8-24 กิโลกรัม และใช้เวลาซักน้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าด้วย

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือด้วยขนาดที่ใหญ่อาจทำให้เสื้อผ้าที่คุณซักไม่สะอาดเท่าที่ควร และถึงแม้ว่าจะมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าคล้ายคลึงกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า แต่ก็ยังมีฟังก์ชั่นให้เลือกน้อยกว่าอยู่ดี และมีวิธีการติดตั้งค่อนข้างยากเช่นเดียวกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า

3. เครื่องซักผ้า 2 ถัง (เครื่องกึ่งอัตโนมัติ)
ตัวเครื่องซักผ้าจะแยกออกเป็นสองถังอย่างชัดเจน โดยถังแรกเอาไว้สำหรับซักผ้า ส่วนถังที่สองจะเอาไว้สำหรับการปั่นแห้ง โดยทั้งสองจะมีฝาเปิด-ปิดอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง

ข้อดี ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือเรื่องของราคาที่ค่อนข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะมีราคาที่ถูก สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างง่าย ติดตั้งได้ง่าย ซักผ้าได้อย่างรวดเร็วเพราะถ้าเรามองเห็นว่ามันสะอาดแล้วสามารถกดปิดได้เลยทันที

ข้อด้อย ของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือต้องดูแลเรื่องการใส่น้ำ การระบายน้ำออก การหมุนปุ่มปั่นผ้าอยู่ตลอดเวลา หลังจากซักเสื้อผ้าเสร็จแล้วต้องย้ายเสื้อผ้าจากถังซักมาไว้ที่ถังปั่นเพื่อทำการปั่นแห้ง เสียงดัง และมีฟังก์ชั่นในการซักผ้าน้อยมากๆด้วย

หลังจากที่คุณรู้แล้วว่าเครื่องสักผ้ามีกี่ประเภท ตอนนี้เรามาดูกันว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนกันนะที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุด

1. หากที่พักอาศัยของคุณมีบริเวณจำกัด เช่น คุณอาศัยอยู่คอนโด หรือ อพาร์ทเม้นท์ เครื่องซักผ้าฝาหน้าก็ตอบโจทย์ในพื้นที่แบบนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัด ใช้งานง่ายและสะดวกเป็นอย่างมากเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ถ้าหากว่าคุณอาศัยอยู่บ้านหรือคุณมีพื้นที่สำหรับหรับการเคลื่อนย้าย ไม่กลัวพื้นสกปรก เครื่องซักผ้าฝาบนและเครื่องซักผ้า 2 ถังก็ตอบโจทย์ด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบใช้แบบไหนมากกว่ากัน

2. ไลฟ์สไตล์คุณเป็นอย่างไร คุณอาจจะเป็นพนักงานบริษัทไม่ค่อยมีเวลาว่าง พอจะมีเวลาหน่อยก็แสนเหนื่อยเหลือเกิน การซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้าและฝาบนก็จะตอบสนองไลฟ์สไตล์เหนุ่มสาวออฟฟิตเป็นอย่างดี

3. ราคาก็สำคัญ จริงอยู่ที่ใครๆก็อยากสบายแต่เครื่องซักผ้าที่เราถูกใจกลับราคาสูงยิบ ดูบัดเจทของตัวเองด้วยเพราะถ้าเราซื้อเครื่องซักผ้ามาในราคาที่เกินกำลังของกระเป๋าสตางค์ มันอาจะกลายเป็นภาระของเราเปล่าๆ กลับกลายเป็นว่าเหนื่อยมากกว่ามานั่งซักผ้าเองซะอีก

4. ประกันหลังการซื้อ หลังจากที่เรากำลังจะตัดสินใจซื้อเครื่องซักผ้าให้คำนึงถึงประกันด้วยว่ามีระยะเวลาประกันนานแค่ไหน เงื่อนไขของการประกันเป็นเช่นไร ศูนย์บริการได้มาตรฐานหรือไม่ บริการซ่อมด้วยอะไหล่แท้หรืออะไหล่เทียบเท่า เพราะมันต้องอยู่กับเราอีกนาน เช็คเอาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซ่อมให้เสียเปล่า

5. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ จะดีแค่ไหนกันนะถ้าเราได้ของแถมหรือแม้แต่การได้รับส่วนลด ณ ที่จ่าย หรือในการซื้อครั้งต่อไปหรือแม้แต่โปรโมชั่นอื่นๆ โดยเฉพาะในศูนย์บริการการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะมีสิทธิประโยชน์จัดเตรียมให้เราอยู่เสมอ

เราก็ได้รู้แล้วว่า5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเลือกซื้อเครื่องซักผ้า นั้นมีสิ่งใดบาง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือการดูแลเครื่องซักผ้าของเราให้ดี หมั่นรักษาทำความสะอาด ดูวิธีการใช้อย่างรอบคอบ เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพยาวนานยิ่งขึ้น

20 สรรพคุณของแครอท

สำหรับ แครอท นั้นเป็นพืชในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง เป็นที่นิยมปลูกและรับประทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าดินสอไปจนถึงขนาดใหญ่ และมีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีม่วง แต่ที่นิยมรับประทานนั้นจะเป็นแครอทสีส้มและยังจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย 

แครอทอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เป็นต้น สำหรับประโยชน์ของแครอทนั้นที่เด่น ๆ ก็เห็นจะเป็นการนำมาใช้ประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว ทั้งผัด ทอด แกง ต้ม ซุป สลัด ยำ ก็มีแครอทเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น และยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำแครอทปั่นอีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้สรรพคุณของแครอทที่ใช้เป็นยารักษาโรคก็ใช้รักษาได้อย่างหลากหลายเช่นกัน

20 สรรพคุณของแครอท

  1. ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่ายจากมลภาวะแสงแดดต่าง ๆ
  2. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  3. ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน เหงือก เล็บ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  4. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  5. ช่วยสร้างสร้างภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  6. ช่วยยับยั้งต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  7. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  8. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  9. ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  10. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด
  11. ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง
  12. ช่วยบำรุงเส้นผม
  13. ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพาต
  14. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว
  15. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา รักษาโรคตาฟาง และต้อกระจก
  16. ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทยรอยด์เป็นพิษ
  17. ช่วยย่อยอาหาร และช่วยแก้และบรรเทาท้องผูก
  18. แครอทมีสรรพคุณใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  19. ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน
  20. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง

ประโยชน์ของแครอท

  1. นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน
  2. ใช้ทำเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพหรือน้ำแครอท หรือนำมาทำเป็นเค้กแครอท
  3. ในด้านความงาม นำน้ำแครอทผสมมะนาว ทาผิวหน้าบำรุงผิวพรรณ ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
  4. ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด เช่น สบู่แครอท เป็นต้น

เมื่อเราได้รู้ 20 สรรพคุณของแครอท กันแล้ว ก็อย่าลืมทานแครอทกันนะ แครอทเป็นผักที่มีสารอาหารมากๆ แถมยังมีสีสันสดใสน่ากิน หากใครมีลูก แครอทก็เป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะฝึกให้เด็กๆ ยอมกินผัก เพราะแครอทนั้นสามารถนำมาทำอาหารที่น่าตาน่ากินได้ง่าย 

“ Melatonin “ ตัวช่วยเรื่องการนอนหลับ

          “Melatonin“ เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายเราสามารถสร้างได้เองอยู่แล้ว ซึ่งตัวกระตุ้นที่จะเป็นตัวสร้าง Melatonin ก็คือความมืดผนังตอนกลางคืน Melatonin จะหลั่งค่อนข้างเยอะแล้วก็สั่งน้อยลงในช่วงเวลากลางวัน เพราะฉะนั้นระดับ Melatonin ในร่างกายของเราก็จะมีการขึ้นลง ขึ้นตอนกลางคืนและต่ำลงตอนกลางวัน Melatonin มีบทบาทควบคุมเกี่ยวกับวัธจักรชีวภาพของร่างกาย ถ้าเป็นมนุษย์ก็จะเกี่ยวกับระบบนาฬิกาชีวิตหรือวงจรชีวิตหลับตื่น  มีการศึกษามาแล้วว่าถ้า Melatonin ในเลือดลดต่ำลง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ หรือว่าผู้ที่มีการทำงานของต่อมที่มีการสร้างเมลาโทนินมีปัญหา ระดับเมลาโทนินลดต่ำลงก็จะมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับตามมา สรรพคุณของเมลาโทนินก็จะเกี่ยวกับการนอนหลับเป็นรัก มีงานวิจัยหลายงานวิจัยที่บอกว่ามีผลของเมลาโทนิน เช่น ควบคุมเกี่ยวกับระบบเมตาบอลิซึ่มของร่างกาย ควบคุมเกี่ยวกับการหลั่งของฮอร์โมน ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ในบางทีมีฤทธิ์ต้านอนุมูนอิสระ  แต่สรรพคุณหลักๆของ Melatonin ก็คือช่วยเรื่องการนอนหลับเป็นหลัก การออกฤทธิ์ของเมลาโทนิน เมื่อเมลาโทนินหลังออกมาแล้วก็จะจับกับตัวรับเมลาโทนินในสมองพอจับคู่กันตัว Melatonin ก็จะส่งสัญญาณให้ร่างกายว่าให้เตรียมตัวสู่การนอนหลับ การเตรียมตัวของร่างกายก็คือ ร่างกายจะมีการระบายความร้อนออกมาทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงทำให้มีสภาพเหมาะสมเกี่ยวกับการนอน บางทีก็จะลดความตื่นตัวของร่างกายทำให้ร่างกายพร้อมจะนอน แล้วก็ยังเชื่อว่าตัว Melatonin จะไปลดการหลั่งของคอร์ติซอลซึ่งเป็นตัวฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความดันสูงน้ำตาลในเลือดสูงเพราะฉะนั้นถ้าเราลดตัวคอร์ติซอลลง จะทำให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้นเหมาะแก่การนอนหลับ 

 

ประโยชน์ของ Melatonin

รักษาอาการนอนไม่หลับโดยเฉพาะผู้สูงอายุ (ทาน 2มิลลิกรัม วันละครั้ง ทานก่อนจะเข้านอนประมาณ 1-2ชั่วโมง)

เท่าอาการเจ็ตแล็กมักเกิดขึ้นจากการเดินทางระหว่างประเทศ (ทานประมาณ 0.5 ถึง 5 มิลลิกรัม ทานตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง ทานติดต่อกันประมาณ 3-5วัน)

ช่วยปรับเวลาการนอนสำหรับผู้ที่มีการปรับตารางการทำงานกระทันหันหรือผู้ที่ต้องเปลี่ยนกะในการทำงาน

รักษากลุ่มปัญหาผู้ที่ติดการนอนดึกเป็นประจำ

ช่วยในการรักษาปัญหาสุขภาพอื่นๆ มีการพบว่าการใช้เมลาโทนินอาจช่วยรักษาอาการต่างเกิดจากโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคความดันโลหิตสูง แต่ก็ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์เหล่านี้ในปริมาณที่น้อย ซึ่งยังต้องทำการศึกษาวิจัยเพื่อยืนยันผลเหล่านี้ต่อไป

ใช้รักษาในเด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้นหรือออทิสติก      

       Melatonin ในท้องตลาดมีทั้งแบบที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและแบบที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา ในประเทศไทยตัวเมลาโทนินที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาจะมีแค่ยี่ห้อเดียวเท่านั้น แต่รูปแบบที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาจะเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์เนิ่น เนื่องจากว่าตัวเมลาโทนินที่สั่งของมาก่อนจะมีค่าครึ่งชีวิตที่สั้น(คำว่าค่าครึ่งชีวิตที่สั้นก็คือ มันอยู่ในร่างกายได้ไม่นาน) เพราะฉะนั้นเวลาทานเข้าไปก็อาจจะควบคุมการนอนหลับได้ไม่ดี การขึ้นทะเบียนเป็นยาเลยถูกพัฒนาให้เป็นในรูปแบบของการออกฤทธิ์เนิ่น เวลาทานยังต้องทานทั้งเม็ด ห้ามหัก ห้ามบด ห้ามเคี้ยว เพราะอาจจะเสียสภาพของยาได้ ส่วนในเรื่องการส่งผลเสียต่อร่างกาย มีการศึกษาว่าถ้าหากทานเมลาโทนินขนาด 5มิลลิกรัม ติดต่อกันเป็นเวลา 12 เดือน ไม่ได้มีผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อร่างกาย และไม่มีรายงานว่าทานแล้วจะติดยาว่าต้องเพิ่มขนาดเมลาโทนินเพื่อช่วยในการนอนหลับ และเมื่อหยุดยาไปก็สามารถนอนหลับได้ปกติ แต่ผลข้างเคียงที่มีรายงานออกมาของเมลาโทนินที่พบบ่อยที่สุดก็คืออาการปวดศีรษะมึนงงบางทีก็มีปวดหลังได้บ้าง บางทีอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่พบน้อยมากน้อยกว่า1% 

 

ข้อควรระวังในการใช้ Melatonin

     ควรหลีกเลี่ยงในคนที่มีการใช้ยาในบางกลุ่ม เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยากันชักหรือแม้กระทั่งฮอร์โมนคุมกำเนิดบางตัว เพราะว่ามันจะทำให้ระดับยาเมลาโทนินเปลี่ยนแปลงไปได้ หรือว่ามาคนที่สูบบุหรี่สูบไปนานๆก็จะทำให้ระดับยาเปลี่ยนแปลงไปได้เหมือนกัน ดังนั้นควรจะแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้งหากมีโรคประจำตัวหรือรายการยาที่รับประทานเป็นประจำเพื่อจะได้หาขนาดยาที่เหมาะสมปรับขนาดยาที่เหมาะสม เพื่อที่จะให้การใช้เมลาโทนินเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดพิษจากยาได้

      ดังนั้น ถ้าหากว่าผู้ใช้ที่ไม่ได้มีปัญหาในการนอนไม่หลับแต่อาจจะอยากหลับสนิทในบางวันไม่อยากจะมีอะไรรบกวนสามารถใช้เมลาโทนินได้อาจจะใช้ในขนาด 2 มิลลิกรัมก็ได้ เมลาโทนินไม่ได้สะสมในร่างกายถูกขับออกไปตามปกติ แต่คนไข้ที่เป็นโรคตับโรคไตอาจจะต้องระวังในการใช้เพราะยาจะถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับและขับออกทางไต ถ้าหากเป็นโรคตับโรคไตยาอาจจะถูกขับออกไปได้ไม่เหมือนคนปกติอาจจะต้องลดขนาดของยาที่ใช้ลงอาจจะใช้แค่ประมาณ 0.5 ถึง 1 มิลลิกรัม