แหย่เด็กให้หงุดหงิด ผู้ใหญ่ไม่ควรทำ

แหย่เด็กให้หงุดหงิด ในปัจจุบันผู้ใหญ่หลายคนมองข้ามเรื่องเล็กน้อยไป ผู้ใหญ่บางคนมักชอบแกล้งเด็ก แท้จริงแล้วส่งผลด้านลบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก การยั่วอารมณ์เด็กให้โมโห ร้องไห้ หงุดหงิด แล้วเอาไปเป็นเรื่องสนุกสนานกันทำเป็นเรื่องเล่นกัน แท้จริงแล้วการแหย่เด็กนั้นไม่ควรทำอย่างมากเพราะจะส่งผลต่ออารมณ์ของเด็กและส่งผลเสียต่อตัวของเด็ก โดยการแหย่เด็ก อาจจะเป็นสนุกสนาน เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็กหรืออาจไม่ได้คิดอะไรแต่ความเป็นจริงเด็กอาจมีกิริยาก้าวร้าวได้ ผู้ใหญ่ต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ หลายๆ คนชอบแหย่เด็กโดยการแย่งของ ล้อเลียนว่าน้องอ้วน น้องดำ หน้าตาแปลกจากคนอื่น ไม่เข้าพวก ไม่ให้กำลังใจ อย่าง แค่นี้เอง ไม่เห็นเก่งเลย แค่นี้ก็ทำไม่ได้ ทำให้ตัวเองอยู่เหนือกว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

การเลี้ยงลูก ไม่ควร แหย่เด็กให้หงุดหงิด

นอกจากนี้ ยังส่งผลเสียต่างๆทางอารมณ์ต่อเด็กเป็นอย่างมากทำให้เด็กรู้สึกหรือมีแนวโน้มจะกลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ทางอารมณ์ ร้องไห้ง่าย โมโหง่าย ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง รู้สึกแปลกๆแยกจากสังคมแปลกจกเด็กคนอื่น และในบางรายก็จะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมตามผู้ใหญ่โดยการไปแกล้งเพื่อนบ้าง ทำการล้อเลียน ข่มขู่ เด็กคนอื่นๆ ที่คิดว่าอ่อนแอกว่า แน่นอนว่าการแหย่หรือแกล้งนั้น ส่งผลเสียที่ไม่ดีเลย ดังนั้นผู้ใหญ่ควรเป็ยตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก แล้วหันมาสร้างรอยยิ้มด้วยวิธีอื่น ด้วยการหากิจกรรมให้เด็กทำ หรือทำอาหารด้วยกัน  อย่าให้การเล่นสนุกของผู้ใหญ่ปลูกฝังพฤติกรรมไม่ดีในเด็ก และส่งผลไปสู่พฤติกรรมในอนาคตของเค้าได้เลย นี่คือการแก้ปัญหาอันดับต้นๆ

วิธีแก้ปัญหาในการเข้าสังคม

การเกิดปัญหาเหล่านี้จะส่งผลเสียให้เด็กเกิดการกลั่นแกล้งกันเพื่อนๆในชั้นเรียน เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีคุณพ่อคุณแม่ต้องรีบแก้ไขปัญหาและหาวิธีปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง เพราะถ้าหากปล่อยให้ลูกชอบแกล้งคนอื่นตอนโตจะส่งผลเสียให้ไปแกล้งหรือทำอะไรรุนแรงได้  หรือล่วงละเมิดคนอื่นได้รุนแรงได้ในอนาคตและ ในอนาคตเพื่อไม่ให้ลูกของเราติดนิสัยอันตรายนี้ไป เราควรปรับที่ตัวเราก่อนเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกก่อน

หาต้นเหตุของปัญหานั้นๆ เบื้องต้นให้คุณแม่ลอง ถามลูกก่อนใช้น้ำเสียงที่ดี อย่าเพิ่งไปดุเค้า หรือตำหนิใช้คำพูดี่ไม่ดี ลองฟังเหตุผลที่ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น รวมทั้งสังเกตสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวว่ามีพฤติกรรมแบบไหน ประกอบกันไป ไม่ว่าจะเป็น ลูกนั้นตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นๆ ไม่สบายใจหรือเสียใจหรือเปล่า ลูกรู้ตัวหรือเปล่าในขณะที่กำลังรังแกคนอื่น ลูกมีปัญหาที่บ้านหรือโรงเรียนไหม เช่น มีใครกำลังรังแกลูกอยู่หรือเปล่า

 เวลาอยู่ที่โรงเรียน ลูกรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง หรือทำให้เหงาไหมหรือมีปัญหากับเด็กคนไหนรึเปล่า ลูกรังแกใครบางคนแบบเฉพาะเจาะจงไหม ทั้งหมดทั้วม้วนนี้คือสาเหตุได้ทั้งหมด เราควรแก้ต้นสายปลายเหตุให้ถูกต้อง เมื่อลูกเปิดใจอธิบายถึงปัญหาแล้ว เราจึงค่อยหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด อย่าละเลยที่จะให้ลูกเกิดนิสัยเหล่านั้น ควรถามเหตุผลแล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุดแค่นี้ก็จะช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

การใช้เปลโยกเด็กอ่อน อันตรายกว่าที่คิด