พัฒนาการจากเด็กแบเบาะสู่วัยรุ่น มีพัฒนาการอย่างไร

พัฒนาการจากเด็กแบเบาะสู่วัยรุ่น มีพัฒนาการอย่างไร

พัฒนาการจากเด็กแบเบาะสู่วัยรุ่น การเติบโตของเด็กที่กำลังจะโตนั้น ใครที่ไม่เคยรู้มาก่อนเราจะเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน  เด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีความเจริญที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่สถานภาพการเลี้ยงของพ่อแม่ด้วย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดทารก จนกระทั่งเด็กหนุ่มสาว ความเจริญของเด็กได้รับอิทธิพลจากกรรมพันธุ์รวมทั้งสิ่งแวดล้อม เพราะการเลี้ยงเด็กสิ่งแวดรอบหรือสภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ เราสามารถแบ่งความก้าวหน้าของเด็กออกเป็น 5 ระดับ เราไปเรียนรู้ได้พร้อมกันเลยค่ะ 

พัฒนาการจากเด็กแบเบาะสู่วัยรุ่น มี 5 ระดับ

ระดับที่ 1 เด็กอ่อน 

ตั้งแต่ตอนแรกเกิดจนจนถึงหนึ่งเดือนแรก เด็กในวัยนี้จะมีเพียงแค่การกิน นอน ร้อง ถ่าย การเคลื่อนไหวของเด็กเป็นตอบสนองว่ารับรู้อัตโนมัติ อาทิเช่น ผวาเมื่อได้ยินเสียงดัง ขยับหัวเมื่อมีคนลูบคลำแก้ม กำนิ้วมือหรือนิ้วเท้าเด็กช่วงวัยนี้กระดูกจะยังอ่อน กะโหลกยังบาง ต้องดูแลถนอมอย่างดี  เด็กยังสามารถมองเห็นข้าวของที่อยู่ใกล้ๆ หรือหน้าพ่อแม่ได้ราง ๆ แนะนำให้พูดคุยกับเค้าบ่อย ๆ ค่ะ 

ระดับที่ 2 เด็กแรกเกิด 

เด็กที่อายุระหว่าง 1-12 เดือนจะเริ่มมองชัดมากขึ้นมองเห็นได้แล้ว ต่อมาเมื่อเด็กอายุ 3-6 เดือนเด็กจะคอแข็งขึ้น นั่งหัวไม่เอนไปมา คอไม่อ่อนพับไปมาได้แล้ว เมื่ออายุ 7 -12 เดือน เด็กสามารถคลาน เกาะยืน เดินได้เอง สิ่งที่ควรระวังวัยนี้เป็นอยากรู้อยากเห็นสิ่งอันตรายหรือของมีคมควรเก็บให้พ้นมือเด็กเพื่อความปลอดภัย และในระดับนี้ควรใช้คำพูดที่ดี ไม่ส่งเสียงดังไม่อย่างนั้นจ่างผลต่ออารมณ์ของเด็กได้ในภายหลังค่ะ

ระดับที่ 3 เด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียน

ช่วงอายุ 1-3 ขวบเป็นตอนอายุที่เด็กเริ่มมั่นใจในตัวเอง ช่วงเวลานี้เรียกว่าวัยทองของเด็กอารมณ์จะหงุดหงิด เหวี่ยงไปมาไปมา พ่อแม่ต้องใส่ใจต้องนี้นะคะ ต้องไม่โวยวายหรือทำโทษรุนแรงเพราะเด็กช่วงวัยนี้เป็นช่วงกำลังจำค่ะ ให้ใช้วิธีประนีประนอม ทั้งนี้เด็กสามารถปีน โยนรับลูกฟุตบอลได้ พออายุได้ 2-3 ขวบ เด็กสามารถใช้นิ้วแล้วก็แขนได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ใช้ส้อมใช้ช้อนกินข้าวได้ด้วยตัวเอง พ่อแม่ควรหากิจกรรมให้ลูกมีส่วนร่วมกับพ่อแม่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูก ๆ ค่ะ

ระดับที่ 4 วัยเข้าเรียน

เด็กในวัย 5-12 ปีเป็นตอนสำคัญของเด็กสำหรับการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ เด็ก ๆ ช่วงนี้จะมีพลังเยอะควรได้ปล่อยพลังงานวิ่งเล่น บริหารร่างกาย นอกนั้นพ่อแม่ต้องให้ความใส่ใจต่อชีวิตด้านสังคมของเด็ก เพื่อเด็กรู้สึกอุ่นใจค่ะ

ระดับที่ 5 วัยรุ่น 

เด็กหนุ่มสาวอายุ 13-18 ปี เด็กจะมีการเปลี่ยนทั้งร่างกายและก็อารมณ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่นตอนแรกที่ร่างกายเปลี่ยนอย่างเร็วรวมทั้งการควบคุมอารมณ์ยังไม่ค่อยดีนัก พ่อแม่ควรรับรู้ความเคลื่อนไหวรวมทั้งรู้สึกความกลุ้มอกกลุ้มใจลดลง คอยให้คำปรึกษา และไม่ใช่อารมณ์ เวลาลูกมีปัญหาจะได้กล้าที่จะพูดหรือปรึกษา ทั้งนี้การเลี้ยงลูกไม่ใช่การบังคับไปหมดทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องให้ได้ดั่งใจทุกอย่างก็ได้ ควรเข้าใจและคอยอยู่ข้าง ๆ เพราะลูกไม่มีใครนอกจากเรา

พัฒนาการจากเด็กแบเบาะสู่วัยรุ่น เราควรเข้าใจ

การเลี้ยงลูกนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย แต่คนที่เป็นพ่อและเป็นแม่แล้วนั้นควรที่จะต้องเรียนรู้ว่าพัฒนาของเด็กนั้นเป็นอย่างไร เพื่อเราจะได้รู้ว่าวิธีการเด็ก เพื่อวิธีแก้ปัญหาเป็นอย่างไร ประสบการณ์ที่เราจะได้ความท้าทายไปพร้อมๆกัน

การอาบน้ำให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธี