Category Archives: บทความทั่วไป

ไม้ดอกไม้ประดับประจำราศี12 ราศี ปลูกไม้มงคลให้เหมาะกับราศี

      สำหรับคนที่รักต้นไม้และก็มีความเชื่อด้วย ก็ไม่แปลกด้วยที่จะต้องการปลูกต้นไม้ที่ช่วยเสริมดวง ช่วยเสริมด้านต่างๆให้ดี เป็นไม้มงคลที่เหมาะกับราศี และต้นไม้แต่ละชนิดนั้นก็มีจุดเด่นและพิเศษต่างกันไปด้วย ก็เหมือนกับราศีแต่ละราศีที่ต่างกันไป ฉะนั้นเพื่อให้เราได้ปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับราศี ก็สามารถดูได้จากบทความนี้เลย เพราะเรารวมมาทั้ง 12 ราศีแล้ว

1. ราศีมังกร

     เป็นคนที่มีความมานะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ไม่ชอบการอยู่เฉย  เหมาะกับการปลูกต้นเขียวหมื่นปี ว่านขันหมาก หรือแก้วกาญจนา เพราะเป็นต้นที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แค่หมั่นใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำเดือนละครั้ง แถมยังปรับตัวได้ดีทุกสภาพอากาศ แม้ไม่เคยเลี้ยงต้นไม้มาก่อนก็ปลูกได้สบาย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะทำให้มีอายุยืนยาว และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ

2. ราศีกุมภ์

     เป็นคนที่ชอบครีเอต ชอบเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ มีความเชื่อมั่นในตนเอง รักอิสระ ไม่ชอบการพึ่งพาใคร มีความคิดสร้างสรรค์สูง เหมาะกับการปลูกต้นไม้อากาศหรือทิลแลนเซีย ที่สามารถอยู่ได้แม้ไม่มีดิน แค่ใส่ไว้ในโถแก้วหรือกระถางเซรามิกก็ช่วยทำให้บ้านดูเก๋ไก๋ได้ เพียงแต่ต้องคอยรดน้ำบ้าง

3. ราศรีมีน

     มีความคิดสร้างสรรค์สูง เป็นคนเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบความสงบ เหมาะกับการปลูกต้นบอนไซ ต้นไม้ที่เป็นตัวแทนของความสันติ ปรองดอง และความสมดุล เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะนำพาโชคลาภมาให้ สามารถดัดลำต้นให้มีความคดเคี้ยว ช่วยสร้างความสวยงามให้บ้านได้เช่นกัน 

4. ราศีเมษ

     ถือเป็นราศีที่มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ และมีสไตล์ในตัวเอง เป็นคนที่ชอบเข้าสังคม เหมาะกับ การปลูกกล้วยไม้ ต้นไม้มงคลที่ปลูกแล้วจะช่วยให้ผู้ปลูกมีเสน่ห์ เป็นที่ต้องตาต้องใจ มีแต่คนรักคนเมตตา แถมยังไม่ต้องใช้เวลาในการดูแลมากนัก เพียงแต่ต้องแขวนไว้ในที่มีแดดรำไร

5. ราศีพฤษภ

     เป็นคนที่มีความมั่นคง เด็ดเดี่ยว และขยันหมั่นเพียร เหมาะกับต้นกระบองเพชร ซึ่งเป็นไม้ที่มีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอดได้ดี สามารถเติบโตได้ในดินที่แห้งแล้ง ต้องการน้ำน้อยเพียงแค่ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง วางไว้ใกล้กระจกหรือบริเวณระเบียง เพื่อให้โดนแสงแดดอย่างเพียงพอ นอกจากนี้หากกระบองเพชรออกดอก ยังถือเป็นสัญลักษณ์ที่ดี เพราะเชื่อว่าจะนำพาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและโชคลาภเงินทองมาให้

6. ราศีเมถุน

  ชาวราศีเมถุนเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ปรับตัวเก่ง เหมาะกับการปลูกฟิโลเดนดรอน ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีมากเกือบ 500 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีขนาดและลักษณะใบที่แตกต่างกันไป เลี้ยงดูง่ายเพราะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี

7. ราศีกรกฎ

     เป็นคนเซนซิทีฟ ชอบชีวิตเรียบง่าย ถ้าเลือกได้ชอบหาอะไรทำอยู่ที่บ้านมากกว่าออกไปเที่ยวข้างนอก มีจิตใจอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือคนอื่น จึงเหมาะกับการปลูกเดหลีที่มีดอกสีขาวบริสุทธิ์ แถมยังช่วยทำให้บ้านดูสะอาดสบายตา ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ แถมยังนำโชคลาภและเสริมให้ผู้ปลูกมีอายุยืน  

8. ราศีสิงห์

     เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ว่องไว ชอบเป็นจุดสนใจ จึงเหมาะกับต้นไทรใบสัก ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีเสน่ห์ ผิวใบมัน ใหญ่ สวยงาม และดึงดูดสายตาแม้จะวางเข้ามุมห้องก็ตาม 

9. ราศีกันย์

     เป็นคนที่พิถีพิถันในชีวิตและเป็นคนที่มักจะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จึงเหมาะกับว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงเก๋ มีประโยชน์ ทั้งการรักษาโรคและความสวยความงาม 

10. ราศีตุลย์

     เป็นคนธาตุลม มีนิสัยเป็นกันเอง ชอบเข้าสังคม และยึดมั่นในอุดมการณ์ จึงเหมาะกับต้นลิ้นมังกร เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องดูแลมาก ทนแล้งได้ดี รดน้ำบ้างเป็นครั้งคราว ลิ้นมังกรเป็นไม้ประดับที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ด้วย

11.ราศีพิจิก

     เป็นคนที่น่าหลงใหล มีพลัง มีชีวิตชีวา มีความมุ่งมั่น ฮึกเหิม และเป็นคนตัดสินใจมั่นคงแน่วแน่ เหมาะกับต้นปาล์ม สัญลักษณ์ของโชคลาภ อีกทั้งเป็นไม้ประดับที่แข็งแรงและสวยงาม 

12. ราศีธนู

     เป็นคนมีความกล้าหาญ ชอบความท้าทาย รักการผจญภัย มีความกระตือรือร้น ธาตุไฟ ซึ่งเหมาะกับดอกเสาวรสหรือกะทกรกฝรั่ง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีสีม่วงสวย ชวนให้หลงใหล นิยมปลูกด้วยการเพาะเมล็ด

เทคนิคการตลาดของการการตลาดนัด

 

             การขายของตลาดบางคนคิดว่าขายตลาดนัดเป็นเรื่องง่ายง่ายที่ใครก็สามารถทำได้ แต่มันก็ต้องมีเทคนิคในการขายที่ไม่เหมือนกัน บางคนไม่เคยกับอาชีพค้าขายมาก่อน เคยเป็นพนักงานเงินเดือนได้เงินประจำไม่มีมีความเสี่ยง มีความเสี่ยงน้อยอยู่ดีดีมาเริ่มอาชีพค้าขายเลยที่มีความเสี่ยงได้เราควรต้องมีการวางแผน บางคนออกมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าเพราะว่าอยากเป็นนายตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพค้าขายก็ควรคิดว่าจะขายสินค้าอะไรแล้วหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หาสถานที่ขายและทำเลดีดี หน้าห้าง สภาพแวดล้อมปัจจัยต่างต่าง ที่เหนือความควบคุมขอบบางคนหาที่ตั้งดีดี ขายกันรวยเกินหน้าเกินตาไปเลย จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าต้องจับจุดของการขายได้ 

   อย่างแรกที่พ่อค้าแม่ค้าควรรู้คือ เราต้องวิเคราะห์ก่อนว่าสินค้าของเรานั้นเหมาะสมกับตลาดไหนบ้าง กลางคืน กลางวัน ตลาดสด ตลาดเสื้อผ้า ควรอยู่ในที่เหมาะสม ที่ไม่เหมาะสมก็ขายไม่ดี เช่น เราขายเสื้อผ้าที่ตลาดปลา เสื้อเรานั้นก็มีกลิ่นเหม็น ใครจะมาซื้อ คนซื้อก็น้อย  แต่สินค้าบ้างกลุ่มไหนที่เหมาะสมกับทุกตลาด ก็สามารถขายทุกตลาดได้  สินค้าทุกอย่างต้องเลือกที่ขายอย่างเหมาะสม

             ขั้นตอนที่สอง พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้ราคา เราจะรู้อย่างไรว่าถึงราคาเหมาะสมกับตลาดนั้น ถ้าราคาไม่เหมาะสมก็ขายไม่ได้ อย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายเสื้อผ้าวัยรุ่น ถ้าเรานั้นไปขายที่ตลาดเช้า คนส่วนใหญ่ที่เข้าไปตลาดเช้า ปกติก็คนส่วนมากจะซื้อพวกของไปทำกับข้าวมากกว่า เพราะฉะนั้น กลุ่มลูกค้าพวกนี้ไม่คอยสนใจเท่าไหล่ สิ่งที่ลูกค้านั้นจะตัดสินใจที่จะซื้อได้ง่าย ก็คือราคา ถ้าเราขายในราคาถูกกว่าสินค้าของเราก็อาจจะสามารถขายสินค้านี้ได้ เป็นการดึงดูดด้านราคา แต่ถ้าเราขายตลาดเย็นในราคาปกติก็สามารถตรงจุดกับกลุ่มเป้าหมายกับสินค้าของเรามากกว่า เรื่องราคาก็ไม่ใช้เรื่องใหญ่ของพ่อค้าแม่ค้า ปัจจัยสำคัญคือเทคนิคการขายของเรา ว่าเรานั้นมีเทคนิคการขายสินค้าเราอย่างไร 

             ขั้นตอนที่สามนั้น การประมาณการขายของพ่อค้าแม่ค้า ปกติแล้วสินค้าของการขายของตลาดนัดนั้น ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากคู่แข่งไปมากเท่าไหล่ ปกติแล้วก็เหมือนกัน ต่างกันตรงเทคนิคการขายและการจัดวางร้าน เราจะทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้านั้น สนใจสินค้าของเรานั้นมากกว่า หาความดึงดูดลูกค้าให้ลูกค้าเข้าร้านเรา  เช่น เรานั้นขายกางเกงมือ2 ร้านอื่นก็น่าจะมี อาจจะไม่เหมือนกันจนมากเกินไป รูปแบบแต่ละร้านมันก็ต่างกัน เราก็ต้องแจ้งรายละเอียดสินค้าของเรา เราสร้างสตอรี่ขึ้นมาว่า กางเกงนั้นมากจากไหน ใครใส่กางเกงแบบนี้บ้าง  ฮิตยังไงในตอนนี้ เพื่อสร้างยอดกำไรให้กับร้านค้าของเรา กำไรต่อชิ้นได้น้อยกว่าคู่แข่งแต่ขายได้เป็นจำนวนมากกว่า ก็กำไรเยอะกว่า และเราต้องรู้ว่าสินค้าขายเรานั้น ดีกว่าคู่แข่งอย่างไรคุณภาพเกมาะสมกับราคาของสินค้าเรามั้ย คุณภาพต้องดีมากกว่าสินค้าของเรา ต้องตั้งราคาให้ดี ทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าของเรานั้นราคาถูก ราคาถูกกว่าร้านอื่น เราก็สามารถขายได้

              ปัจจัยหลักของแม่ค้าตลาดนัดนั้น สรุปง่ายๆได้ว่าเราต้องวิเคราะห์สินค้าและวิเคราะห์และมีการขายที่ต่างต่างจากร้านอื่น การจัดวางร้านขายของให้มีความแตกต่างและหน่าสนใจมากกว่าคู่แข่งขัน เลือกสถานที่ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราและก็ สร้าง สตอรี่ให้กับตัวสินค้าของเราเพิ่มการอยากซื้อให้ลูกค้า ราคาที่เหมาะสมกับสินค้าของเรา ราคาก็เป็นส่วนที่มีความหมายมากที่ ลูกค้าจะชอบคุณภาพดีและราคาถูกเป็นสักส่วนมาก ใครที่อยากจะทำธุรกิจค้าขายต้องมีการวางแผนก่อนทุกครั้ง