Category Archives: บทความทั่วไป

ปากเหี่ยวเป็นรอยย่น ปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ แก้ไขอย่างไรดี

ปัญหารอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นต่างๆ นั้น มักจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ เอามากๆ เพราะนั่นคือสัญลักษญ์ของวัยที่เริ่มร่วงโรย เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ริมฝีปากที่เคยอวบอิ่มเต่งตึงก็เหี่ยวลง และมีริ้วรอยยับ ๆ ย่น ๆ ปรากฏขึ้นมาได้เช่นกัน แล้วจะจัดการกับริ้วรอยไม่พึงปรารถนาที่ริมฝีปากนี้อย่างไรดีล่ะ วันนี้เราจึงนำบทความ ปากเหี่ยวเป็นรอยย่น ปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ แก้ไขอย่างไรดี มาฝากกัน

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
พฤติกรรมบางอย่างที่ต้องห่อปากก็ทำให้สะสมเกิดเป็นริ้วรอยได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการผิวปาก การดูดน้ำจากหลอด รวมไปถึงการสูบบุหรี่ เพราะฉะนั้นงด ลด เลิก พฤติกรรมเหล่านี้ไป หรือทำให้น้อยที่สุด ก็จะชะลอการเกิดรอบเหี่ยวย่นที่ริมฝีปากได้

2. ปากยิ่งแห้งยิ่งเหี่ยว จึงต้องบำรุงอย่างเข้มข้น
ผิวที่ริมฝีปากเป็นผิวบริเวณที่ไร้ ซึ่งต่อมเหงื่อ ผิวส่วนนี้จึงรักษาความชุ่มชื้นได้ไม่ดีเท่าไรนัก และหากใครเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งอยู่แล้ว คุณยิ่งมีโอกาสริมฝีปากเหี่ยวเร็วรุดหน้าไปไวกว่าคนอื่น ๆ ถึง 2 เท่า ทั้งแห้ง ทั้งแตก และย่นยับ จึงควรบำรุงริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอด้วยลิปบาล์มเนื้อหนักและเข้มข้น ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์และโคเอนไซม์คิว 10 ที่จะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจนมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนผสมของกรดไฮยารูลอน ที่จะช่วยให้ผิวดูเต่งตึง นอกจากนี้ห้ามเลียริมฝีปากเด็ดขาด เพราะเมื่อน้ำลายแห้งและระเหยไป ก็จะยิ่งพาความชุ่มชื้นไปจากริมฝีปากด้วย

3. ลอกผิวริมฝีปากด้วย Glycolic peel
ฟังแล้วอาจจะดูน่ากลัว แต่ก็เป็นอีกวิธีงที่ใช้ได้ผลสำหรับผิวริมฝีปากที่มีริ้วรอยไม่ลึกมาก โดยทรีตเม้นต์ที่ใช้จะเป็น ไกลโคลิก พีล (Glycolic peel) หรือการลอกผิวด้วยกรดไกลโคลิก ซึ่งเป็นกรดที่อ่อนโยนที่สุดในบรรดาการลอกผิวด้วยเคมี อย่างไรก็ตามควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

4. กรอผิวริมฝีปากด้วยวิธี Microdermabrasion
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้จัดการริ้วรอยบาง ๆ ได้ ด้วยวิธีกรอผิวแบบ ไมโครเดอมาเบรชั่น (microdermabrasion) อย่างไรก็ดี หากต้องการจัดการริ้วรอยริมฝีปากที่ค่อนข้างลึก อาจต้องเลือกพิจารณากรอผิวแบบธรรมดา หรือ เดอมาเบรชั่น (dermabrasion) ซึ่งสามารถใช้รักษารอยหลุมสิวหรือริ้วรอยลึก ให้ตื้นและเรียบขึ้น แต่วิธีการเช่นนี้อาจส่งผลข้างเคียงบางประการกับริมฝีปากได้

5. พรางสายตาจากริ้วรอย ด้วยการเขียนขอบปาก
วิธีนี้สำหรับคนที่ไม่มีทุนมากพอสำหรับการทำทรีตเม้นต์แพง ๆ และยังไม่ถึงเวลาอันสมควรที่จะเปลี่ยนสกินแคร์ตัวใหม่สำหรับริมฝีปาก คุณสามารถใช้ทริคการแต่งหน้านี้ช่วยไปก่อนได้ โดยเขียนขอบปากที่ขอบนอกของบริเวณรอยหยักกลางริมฝีปากบนและล่าง จากนั้นใช้ลิปสติกเติมเต็มด้านในตามปกติ ริมฝีปากของคุณจะดูเต็มและดูอิ่มเอิบมากขึ้น

6. ปกปิดแล้วไฮไลท์
อีกหนึ่งวิธีการเมคอัพสำหรับริมฝีปากเพื่อรูปปากที่เต่งตูมขึ้น โดยการใช้คอนซีลเลอร์ที่เป็นเฉดสีเดียวกับรองพื้นที่คุณใช้ ลงให้ทั่วรอบ ๆ ริมฝีปาก จากนั้นทาปากตามปกติ ปิดท้ายด้วยการใช้ลิปกลอสแต้มเฉพาะที่ตรงกลางของริมฝีปากบนและล่าง ความมันวาวของกลอสจะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น จนลืมสนใจเรื่องริ้วรอยไปเลยล่ะ

7. Botox
โบท็อกซ์ (Botox) เป็นวิธีการชะงักริ้วรอยยอดฮิต และมันก็สามารถนำมาใช้ในการรักษาริ้วรอยที่ริมฝีปากได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากสารโบท็อกซ์ลดหรืองดการทำงานของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ริมฝีปาก จึงทำให้ไม่เกิดริ้วรอยเพิ่มขึ้น ริ้วรอยเดิมที่มีอยู่เมื่อไม่ถูกกระตุ้นให้ขยับเคลื่อนไหว ก็ดูบางลงได้ด้วย

8. ฉีดฟิลเลอร์
เติมเต็มร่องริ้วรอยที่ริมฝีปาก ทำให้มันกลับมาอวบอิ่มอีกครั้งด้วยการฉีดฟิลเลอร์ โดยที่ฟิลเลอร์บางชนิดยังสามารถกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนได้ด้วย แต่อย่างไรก็ดี การฉีดฟิลเลอร์อาจส่งผลข้างเคียงบางประการได้ จึงควรปรึกษาและเลือกทำกับแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

เราได้รู้แล้วว่า ปากเหี่ยวเป็นรอยย่น ปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ แก้ไขอย่างไรดี ทีนี้ เราก็ต้องอย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี ริมฝีปากของเรานั้นสำคัญมาก ไม่ควรปล่อยให้ไม่น่ามอง เพราะรืมฝีปากนั้นถือว่าเป็นเสน่ห์และสิ่งที่น่าดึงดูดอย่างนึงเลย

เป็นสิวอุดตันก็หายได้ด้วยวิธีง่ายๆ 3 ขั้นตอน

หนึ่งในปัญหาที่เกิดกับผิวและทำให้สาวๆ ต้องหมั่นหาวิธีรักษาอยู่ตลอดเวลาก็คือ เป็นสิวอุดตัน ซึ่งสิวชนิดนี้แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นสิวที่ต่อให้กดสิวออกกี่ครั้ง ก็ยังคงกลับมากวนใจบนผิวหน้าอยู่เสมอ วันนี้เราจึงมีบทความ เป็นสิวอุดตันก็หายได้ด้วยวิธีง่ายๆ 3 ขั้นตอน มาฝากสาวๆ กัน

สิวอุดตันคืออะไร
สิวอุดตันคือสิวที่เกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายไปแล้ว ผสมกับน้ำมันบนผิวหน้าที่ผลิตมาจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งการอุดตันของมันจะเริ่มจากภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอุดตันนั้นมีมากมาย ในส่วนของสิวอุดตันนั้นมักพบบริเวณหน้าผากและคางมากที่สุด

ตัวการที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน
ในส่วนของตัวการที่ทำให้เกิดสิวอุดตันนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ เช่น
1.เกิดจากการผลัดเซลล์ผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบนผิวหนัง จนทำให้เกิดการอุดตันตามมา
2.เกิดจากการที่ต่อมไขมันสร้างไขมันออกมามาก ทำให้เกิดการอุดตันในท่อระบายไขมันที่เปิดผิวหนัง
3.แพ้เครื่องสำอางบางชนิด รวมทั้งการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงต่างๆ ที่มีสารสเตียรอยด์
4.ร่างกายเผชิญกับสภาวะเครียด รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ
5.ผิวหน้ามีสิ่งสกปรกตกค้างจากการล้างหน้าไม่สะอาด ทำให้ไขมันต่างๆ เข้าไปอุดตันรูขุมขน

3 ขั้นตอนรักษาสิวอุดตันที่ทำได้ง่าย
หลังจากที่สาวๆ รู้ถึงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันกันไปเรียบร้อยแล้ว มาดูวิธีการรักษาสิวอุดตันในแต่ละขั้นตอนกันเลย ซึ่งมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ล้างหน้าให้ถูกวิธี
ขั้นตอนการรักษาสิวอุดตันที่สาวๆ ควรให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ การล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยเริ่มจากการใช้คลีนซิ่ง แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้า ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่คุณแต่งหน้าหรือไม่ก็ตาม การล้างหน้าก็ควรใช้คลีนซิ่งและโฟมในการทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดหมดจด

ขั้นตอนที่ 2 ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ตรงกับสภาพผิว
ผ่านการล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้ต่อด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อบำรุงผิวและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทั้งนี้ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำหอม พาราเบน และควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนัง โดยสาวๆ สามารถเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบของ AHA และ Salicylic Acid เพราะเป็นส่วนประกอบที่ช่วยผลัดเซลล์ให้เป็นปกติ พร้อมทั้งช่วยป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้ดี

ขั้นตอนที่ 3 ใช้ยาแต้มสิวแบบตรงจุด
หลังจากผ่านการล้างหน้าที่ถูกวิธี และทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิวเรียบร้อยแล้ว ให้ต่อด้วยการใช้ยาแต้มสิว เพราะการใช้ยาแต้มสิวถือเป็นการแก้ปัญหาสิวได้ตรงจุดที่สุด

เมื่อรู้แล้วว่า เป็นสิวอุดตันก็หายได้ด้วยวิธีง่ายๆ 3 ขั้นตอน นั้น การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ไม่เอามือสัมผัสผิวหน้า ไม่แกะและไม่บีบสิว ก็ถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตันได้เช่นกัน

ช่วงเวลาเกิดบอกลักษณะนิสัย พร้อมเคล็ดลับเสริมดวง

เคยสงสัยไหมว่า มักจะมีคนบอกว่าวันที่เราเกิดนั้นสามารถบ่งบอกนิสัยเราได้ แต่ช่วงเวลาเกิดนั้นก็ยังสามารถบอกอะไรหลาย ๆ อย่างกับเราได้ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ รวมถึงสิ่งที่ชอบ สำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้ว่าตัวเองเกิดช่วงเวลาไหน เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กัน แถมคล็ดลับเสริมดวงแบบง่าย ๆ ด้วย สำหรับบทความ ช่วงเวลาเกิดบอกลักษณะนิสัย  พร้อมเคล็ดลับเสริมดวง ที่เรานำมานั้น เราหวังว่าจะมีประโยชน์แก่ทุกคน

1. เวลากระต่าย (5.00-6.59 น.)
คนเกิดเวลานี้มักจะเป็นคนละเอียดอ่อน รอบคอบ อ่อนโยน รักความเป็นระเบียบ รักความสะอาด ค่อนข้างทะเยอทะยาน พูดเก่ง เจรจาเก่ง ชอบช่วยเหลือคนอื่น เคล็ดลับเสริมดวงง่าย ๆ ควรเป็นการทำบุญง่าย ๆ เช่น การปิดทองพระประจำวันเกิด การทำบุญบริจาคอาหารหรือน้ำดื่ม ก็จะช่วยให้สิ่งต่าง ๆ ราบรื่นคล่องตัวยิ่งขึ้น

2. เวลามังกร (7.00-08.59 น.)
คนเกิดเวลามังกรมักจะเป็นคนตรง ๆ คิดอย่างไรก็จะพูดอย่างนั้นหรือแสดงออกอย่างนั้นไปเลย จนบางครั้งคนรอบข้างอาจจะมองว่าคุณอารมณ์ร้อน ชอบบุ่มบ่าม ขาดการคิดไตร่ตรอง แต่จริง ๆ แล้วคุณเป็นคนขี้ใจอ่อน อ่อนโยน ชอบช่วยเหลือคนอื่น ดังนั้นวิธีการเสริมดวงของคุณควรเป็นการทำบุญในลักษณะหนัก ๆ เช่น การถวายอิฐหินดินทรายหรือของจำพวกถาวรวัตถุต่าง ๆ เพื่อเสริมให้จิตใจหนักแน่นมากขึ้น

3. เวลางู (09.00-10.59 น.)
คนเกิดเวลางูจะเป็นคนฉลาด หัวไว มีไหวพริบ หนักแน่น ไม่หวั่นไหวกับอะไรโดยง่าย แต่จุดด้อยอาจจะเป็นคนนิ่ง ๆ ขรึม ๆ จนคนภายนอกที่ไม่รู้จักคุณอาจจะมองว่าคุณหยิ่ง ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แนะนำวิธีเสริมดวงง่าย ๆ โดยการไปไหว้พระแม่ลักษมี พระแม่อุมา หรือพระตรีมูรติ

4. เวลาม้า (11.00-12.59 น.)
แค่ชื่อเวลาเกิดก็สามารถบ่งบอกถึงบุคลิกภาพของคุณได้ง่าย ๆ ดังนั้นคนเกิดเวลาม้าจึงมักจะมีความคล่องแคล่วว่องไว ไม่ว่าทำอะไรก็ดูรวดเร็วคล่องตัวไปเสียหมด แต่จุดด้อยก็คือความใจร้อน ใจเร็วที่อาจจะทำให้คุณทำผิดพลาดได้ วิธีเสริมดวงง่าย ๆ เลยก็คือการเติมน้ำมันตะเกียงหรือทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง ก็จะช่วยให้คุณใจเย็นลง มีสติและมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

5. เวลาแพะ (13.00-14.59 น.)
คนเกิดเวลาแพะมักจะเป็นคนนุ่มนิ่ม สุภาพนอบน้อมมาก ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใคร และมักจะขี้กลัว จนในบางครั้งอาจดูเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ ดังนั้นคุณควรเสริมความมั่นใจและความมั่นคงให้กับตัวเองด้วยการไปไหว้ศาลหลักเมือง

6. เวลาลิง (15.00-16.59 น.)
อีกช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถทำนายกันได้ง่าย ๆ เลยก็คือเวลาลิงค่ะ เพราะคนเกิดเวลานี้มักจะเป็นคนไม่อยู่นิ่งกับที่ จะแอคทีฟอยากทำนู่นอยากทำนี่อยู่ตลอดเวลา และยังมีไหวพริบดี มีหัวคิดไว แต่ก็ต้องระวังความแอคทีฟที่มากเกินไปจนเหมือนไฮเปอร์จะทำให้มีปัญหาได้ แถมยังมีโอกาสที่จะทำผิดพลาดเสียหายสูง ดังนั้นวิธีเสริมดวงของคุณควรเป็นการทำบุญเกี่ยวกับการร่วมจัดทำหรือถวายหนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะต่าง ๆ หรือจะทำบุญเกี่ยวกับการศึกษาก็ได้

7. เวลาไก่ (17.00-18.59 น.)
คนเกิดเวลาไก่จะเป็นคนหัวแข็ง เด็ดขาด เด็ดเดี่ยว เจ้าระเบียบ ชอบบ่น ชอบจิก (เหมือนไก่นั่นแหละ) แต่เห็นแบบนี้ข้อดีของเค้าก็มีนะคะ โดยคนเกิดเวลานี้มักจะเป็นคนมีรสนิยมดี มีความสามารถรอบด้าน สามารถควบคุมคนอื่นและบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบระเบียบ ดังนั้นไม่แปลกเลยที่คนอื่นมักจะมองว่าคุณเป็นเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ แนะนำให้เสริมดวงด้วยการทำบุญถวายรองเท้าหรือบริจาครองเท้า เพราะจะช่วยให้คุณควบคุมบริวารได้ และมีแต่คนคอยให้การช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนยกย่องเชิดชู

8. เวลาหมา (19.00-20.59 น.)
คนเกิดเวลาหมามักจะเป็นคนที่เคร่งครัดกับกฎระเบียบมาก จะอยู่ในกรอบ ไม่ชอบแหกกฎข้อบังคับ จนทำให้ง่ายต่อการมีปัญหาติดขัดกับคนรอบข้างเพราะความไม่ยืดหยุ่นผ่อนปรน เคล็ดลับเสริมดวงสำหรับคนเกิดเวลานี้ควรเป็นการปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทานเช่น การปล่อยนก ปล่อยปลา ไถ่ชีวิตโคกระบือ จะช่วยให้สิ่งต่าง ๆ คล่องตัวขึ้น

9. เวลาหมู (21.00-22.59 น.)
 “ขี้เกียจ อืดอาด ยืดยาด” มักจะเป็นคำที่คนเกิดเวลาหมูได้ยินเพื่อนแซวหรือตั้งฉายาให้กันบ่อย ๆ เพราะคุณเป็นคนที่ทำอะไรเชื่องช้า เรียบง่าย สบาย ๆ ค่อย ๆ ทำไป ไม่ชอบเร่งรีบ แม้จะดูมั่นคงแต่ก็อาจจะทำให้คุณได้อะไรที่ต้องการมาช้าหรือไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้เสียที ดังนั้นวิธีเสริมดวงสำหรับคุณก็คือการไหว้พระพิฆเนศ เพราะจะช่วยให้คุณได้อะไรมาง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

10. เวลาหนู (23.00-00.59 น.)
คนเกิดเวลาหนูมักจะเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว ปราดเปรียว ทำอะไรก็คล่องตัว ไม่ค่อยสะดุด แต่ในความว่องไวเหมือนหนูในที่นี้ก็อาจจะทำให้คุณทำผิดพลาดเพราะความประมาทเผลอเรอได้ แนะนำให้เสริมดวงง่าย ๆ ด้วยการไปไหว้หลวงพ่อโต พรหมรังสี จะช่วยให้ชีวิตของคุณเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง

11. เวลาวัว (1.00-2.59 น.)
คนเกิดเวลาวัวมักจะเป็นคนใจเย็น ติดเฉื่อยนิด ๆ (แต่จะไม่ช้าเท่าเวลาหมู) แม้ว่าเวลาทำอะไรจะช้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอแต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นคง ด้วยจุดนี้เองที่อาจจะทำให้คุณตามใครไม่ค่อยทัน ดังนั้นควรระวังคนไม่หวังดีจะเข้ามาเอาเปรียบคุณได้ วิธีเสริมดวงง่าย ๆ ก็คือการหมั่นสวดคาถาชินบัญชรบ่อย ๆ ก็จะช่วยป้องกันภัยจากคนที่คิดไม่ดีและเสริมบารมีให้กับคุณได้

12. เวลาเสือ (3.00-4.59 น.)
บุคลิกของคนเกิดเวลาเสือจะดูดุ น่ากลัว น่าเกรงขามเหมือนกับเสือเลย แต่ลึก ๆ แล้วหากได้รู้จักกับเค้าจริง ๆ เค้าเป็นคนใจดีใจกว้างและค่อนข้างมีอารมณ์ขัน ขอให้อย่าเพิ่งกลัวจนไม่อยากเข้าใกล้เค้าล่ะ ลองค่อย ๆ ทำความรู้จักกันไป รับรองว่าไม่แย่อย่างที่คิด และสำหรับวิธีเสริมดวงของคนเกิดเวลานี้ต้องเป็นการทำบุญด้วยของสวย ๆ งาม ๆ เช่น การถวายดอกไม้ ธูปหอม เทียนหอมต่าง ๆ จะช่วยให้มีเสน่ห์ ความอ่อนโยนและมีคนอยากเข้าหามากขึ้น

เมื่อได้อ่าน ช่วงเวลาเกิดบอกลักษณะนิสัย  พร้อมเคล็ดลับเสริมดวง แล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง ใครเกิดช่วงเวลาไหนแล้วตรงหรือไม่ยังไงมาคุยกันได้น้า ยังไงก็ลองนำไปสังเกตตัวเองและคนรอบข้างกันได้ว่าเค้าน่าจะเกิดช่วงเวลาไหน แล้วลองทายกันขำ ๆ ดู หรือจะแอบ ๆ ถามกันเลยก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดเวลาไหนก็อยากให้ทุกท่านหมั่นทำบุญเสริมดวงกันด้วย รับรองว่าปังและยังจะเป็นการสะสมแต้มบุญได้ในระยะยาวแน่นอน

วิธีสร้างโชคดีให้ตัวเอง โชคดีสามารถสร้างได้

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมคนรอบตัวเรานั้นมีแต่โชคดี คนนั้นก็ได้รางวัลหรือได้นู่นนี่ คนนี้ก็มักจะได้สิ่งดีๆก่อนเสมอ แต่เมื่อได้หันมามองตัวเองกลับพบว่าทำไมตัวเองนั้นถึงไม่ค่อยจะได้พบกับความโชคดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ความจริงแล้วความโชคดี ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจาก ความสามารถ การทำงานอย่างเต็มที่ และโอกาสที่ได้รับ เรียกง่าๆยว่า โชคดีสามารถสร้างได้ด้วยตัวเราเอง ก่อนที่เราจะไปเจอกับโชคเหล่านั้น เราเคยถามตัวเองกันบ้างหรือเปล่า ว่าเราเตรียมพร้อมกับสิ่งนั้นกันหรือยัง วันนี้ จะพาสาวๆ มาเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรอรับความโชคดีที่จะไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดวิธีสร้างโชคดีให้ตัวเอง โชคดีสามารถสร้างได้

1. คิดแต่เรื่องดี สิ่งดีๆ ก็เข้ามาหาเอง
ใครเคยได้ยินกฎของแรงดึงดูดบ้าง มันคือการที่เราคิดถึงสิ่งที่เรามี หรือสิ่งที่เราอยากมี และมันจะเหมือนมีแรงดึงดูดราวกับแม่เหล็กที่คอยดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในตัวเอง ซึ่งเทียบได้กับพลังใจที่คอยขับเคลื่อนให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีพลังใจที่ดี มีพลังใจที่เต็มเปี่ยมมันจะทำให้สามารถขับเคลื่อนตัวเองไปสู่เป้าหมายได้ และหากเรานำกฎของแรงดึงดูดมาประยุกต์เข้ากับวิธีสร้างโชคดีให้ตัวเองบ้าง รับรองได้ว่าความโชคดีจะวิ่งเข้ามาหาเราอย่างไม่รู้จบ โดยเริ่มจากสิ่งง่ายๆ อย่างการใช้ชีวิตให้มีความสุขกับชีวิต พยายามมองเห็นแง่ดี ข้อคิดในเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นอาจจะลิสต์ข้อความดีๆ ที่ให้กำลังใจ ทำให้เกิดโชคดีขึ้นในกระดาษบอกกับตัวเองในกระจกทุกวัน ทำเช่นนี้ทุกวันเพื่อให้ได้เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองมี เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นและสัมผัสให้ถึงความรู้สึกถึงการมีอยู่นั่นเอง

2. รักในสิ่งที่ทำและทำมันให้ออกมาดีที่สุด
หลายคนคงสงสัยเมื่อเรามีความคิดที่อยากมีโชคแล้ว หรือทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นแล้ว ทำไมไม่เห็นโชคดีกับเขาบ้างเลย ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะลองถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เราทำแตกต่างจากคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่เรารักหรือเปล่า และเราได้ทำมันออกมาเต็มที่หรือยัง เพราะหลายคนมักเข้าใจว่า หากเราทำสิ่งนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในทันที บอกเลยว่ามันไม่จริงเสมอไป เพราะมันไม่มีอะไรที่เราได้มาอย่างง่ายดายโดยที่ไม่อดทน จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ นั่นไม่ใช่เพราะโชคเข้าข้างเสมอไป แต่เกิดจากการฝึกซ้อม ผ่านการล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนด้วยกันทั้งสิ้น แปลว่าก่อนเราจะทำสิ่งที่แตกต่าง อยากให้สาวๆ มั่นใจว่า สิ่งนั้นคือสิ่งที่เรารัก ที่เราชอบจริงๆ เพราะหากเป็นสิ่งที่เรารัก นอกจากเราจะมีความอดทนกับมันแล้ว เราจะตั้งใจทำมันออกมาได้ดีไม่แพ้ใครเลย อีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะเรียกโชคดีเข้ามาหาตัว คือการอดทนต่อสิ่งที่ทำ หมั่นฝึกซ้อม และอย่าลืมรักในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ด้วย

3. กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง
ลองสังเกตดูกันหรือเปล่า เวลาที่เราทำอะไรที่เหมือนเดิม หรือทำอะไรที่เหมือนคนอื่นๆ ผลลัพธ์ก็จะออกมาเหมือนๆ กัน ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไร ที่เป็นแบบนี้นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อเราเห็นใครทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ คนส่วนมากก็จะวิ่งไปทำสิ่งนั้นตามเป็นทอดๆ โดยไม่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งการที่เราทำอะไรแบบเดิมซ้ำกับคนอื่นมากๆ ผลลัพธ์ที่ตามมามันอาจไม่ประสบผลสำเร็จเหมือนคนแรกที่ริเริ่ม นั่นเป็นเพราะปริมาณที่มันมีมากจนล้นตลาด และคนที่มองจากภายนอกก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างกันเท่าไร เผลอๆ ก็ซ้ำกับที่เคยเห็นมา เมื่อเป็นเช่นนี้มันจะประสบความสำเร็จได้อย่างไรจริงไหม วิธีการดีที่สุดที่อยากแนะนำ คือ การมองมุมต่าง เปลี่ยนมุมมอง เราเอาไอเดียมาได้ แต่ไม่ใช่การทำเลียนแบบ สิ่งที่เราต้องทำคือใส่ความคิด ตัวตน ความแตกต่างของเราลงไป เมื่อทำเช่นนี้แล้ว รับรองได้ว่าจะไม่มีใครมาลอกเลียนแบบ หรือขโมยความคิดของคุณได้ และที่สำคัญงาน ความคิดของคุณจะเป็นตัวนำคุณไปสู่ความโชคดีได้อย่างแน่นอน

4. เตรียมตัวรับความโชคดี
สุดท้ายเมื่อเราเตรียมทุกอย่างมาด้วยความพร้อมแล้ว จากนั้นเราเหลือเพียงแค่โอกาสที่จะเข้ามา แต่ก่อนที่โอกาสจะเข้ามา เราอยากให้ทุกคนเช็กความพร้อมของตัวเองให้ดีก่อนว่า เมื่อวันนั้นมาถึงเราเตรียมตัวรับมือกับมันได้แค่ไหน เราอาจเคยเห็นเพื่อนคนนั้นโชคดีได้เลื่อนตำแหน่ง หรือรุ่นน้องคนนู้นได้รับผิดชอบงานสำคัญๆ จนเรารู้สึกว่าทำไมพวกเขาเหล่านั้นโชคดีจัง ที่เป็นเช่นนั้นส่วนหนึ่งก็เกิดจากโอกาสที่ได้รับ ก่อนที่เขาจะได้รับโอกาสเหล่านั้น เราอยากให้ลองมองย้อนไปว่าที่ผ่านมาเขามีการเตรียมพร้อมให้ตัวเองอย่างไรบ้าง เพราะคงไม่มีใครอยากหยิบยื่นโอกาสให้คนที่ไม่พร้อม หรือคนที่ไม่มีความสามารถหรอกจริงหรือเปล่า เลยอยากให้สาวๆ เตรียมอาวุธ ความรู้ ความสามารถให้ครบมือ เมื่อวันที่โอกาสมาถึง ความโชคดีก็จะเกิดกับสาวๆ เอง

อย่าลืมทำทุกวันให้ดีที่สุด บอกกับตัวเองด้วยถ้อยคำที่เป็นพลังบวกให้ตัวเอง และอย่าลืมหาความรู้ใหม่ๆ ติดตัวอยู่เสมอ เมื่อวันที่ความโชคดีมาถึง เราจะยิ้มรับกับมันได้อย่างภาคภูมิใจ วิธีสร้างโชคดีให้ตัวเอง โชคดีสามารถสร้างได้ เป็นเพียงอีกสิ่งหนึ่งที่อยากช่วยให้คนที่ต้องการความโชคดีมีกำลังใจ

อยากมีแฟนเด็ก อยากเป็นอมตะ แต่ต้องทำอย่างไรดีน้า

    ว่ากันว่าสาวๆ คนไหนที่ได้กินเด็ก หรือมีแฟนเด็กนั้นจะเป็นอมตะ แหม่ ไอ้เราก็อยากเป็นอมตะบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ติดตรงอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วจะไปจีบเด็กที่ไหนมันจะเอา แหนะ กำลังคิดแบบนี้ใช่ไหม บอกเลยว่านั่นเป็นความคิดที่โบราณมากนี่มันยุคไหนแล้วสาวๆ อายุนั้นไม่ใช่ตัวกำหนดของความรักอีกแล้ว ถ้าอยากจะเป็นอมตะบ้างสิ่งแรกที่ทำคือต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองก่อนเลย หรือไม่ก็ไปดูบทความ อยากมีแฟนเด็ก อยากเป็นอมตะ แต่ต้องทำอย่างไรดีน้า ที่เรารวบรวมมาให้ รับลองว่าเด็กรักเด็กหลงแน่จ้า

1. ดูแลตัวเองให้ดี
นอกจากจะปรับเปลี่ยนด้านความคิดแล้ว เราก็ต้องดูแลตัวเองจากภายนอกด้วย อายุมากขึ้นมันก็เป็นธรรมดาที่ร่างกายเราเริ่มหมดประสิทธิภาพ ใบหน้าก็เริ่มมีรอยเหี่ยวย่น ตีนกาก็ถามหา ดังนั้นจะปล่อยตัวเองนับวันรอเป็นยัยป้าไม่ได้นะ เราต้องรู้จักดูแลตัวเอง หันมาออกกำลังกาย ควบคุมการอาหารการกิน รู้จักแต่งตัวตามแฟชั่นบ้าง ฟังดูเหนื่อยเน๊อะ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าสาวๆ ทำแล้วจะได้สิ่งดีๆ ตามมาแน่ นอกจากจะได้แฟนเด็กแล้วยังได้สุขภาพด้วย

2. ไม่ควรทำตัวแก่ตามอายุ
ไม่ว่าสาวๆ จะมีอายุเข้าเลขสาม เลขสี่ แล้วก็ตาม ขออย่างเดียวว่าอย่าไปสนใจตัวเลขนั้น เพราะถ้าเราคิดว่าตัวเองแก่ ความรู้สึกมันก็ส่งผลต่อความคิด จิตใจ จนทำให้ชีวิตเราห่อเหี่ยวตามวัยไปจริงๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนความคิดให้เหมือนเด็กวัยรุ่น ใช้ชีวิตให้สนุก ความสดใสเหล่านี้ก็จะแสดงออกผ่านรอยยิ้ม ผ่านบุคลิกของเรา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ตัวสัมผัสได้ถึงความอ่อนกว่าวัยของเราอีกด้วย

3. เข้ากับเพื่อน ๆ ของเขาได้
นอกจากจะต้องวางแผนซื้อใจเป้าหมายของเราแล้ว ก็ต้องซื้อใจเพื่อนๆ รอบข้างของเขาด้วย เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงว่าส่วนใหญ่จะชอบไปไหน หรือทำอะไรกันสองต่อสองมากกว่าจะไปกับกลุ่มแฟนที่เป็นผู้ชายล้วน ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาของใครหลายๆ คู่จนต้องทะเลาะกัน แต่ถ้าเราสามารถเข้ากับกลุ่มของเขาได้ เชื่อเลยว่าโอกาสสำเร็จนั้นสูงมาก เพราะเขาจะรู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงที่เขาใจเขา ไปไหนไปกัน สามารถเข้ากับสังคมของเขาได้ อยู่ด้วยแล้วสบายใจเป็นไหนๆ

4. อย่าทำตัวให้ดูออกว่าหิวเกินไป
ดูแลร่างกายและจิตใจของเราไปแล้วคราวนี้มาลุยกันต่อเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหนุ่มรุ่นน้องที่เราหมายปองกันบ้าง แน่นอนว่าแม้เราจะชอบเขาสักแค่ไหน อยากได้เขามาเป็นแฟน แต่ก็ห้ามไปแสดงอาการให้เขาดูออกว่าเราเนี่ย อยากจะกินเขาซะตัวสั่นเหลือเกิน เพราะนอกจากหนุ่มรุ่นน้องจะตกใจจนหนีหน้าแล้ว ยังทำให้เราดูเป็นผู้หญิงหิวโหยด้วย ต้องครีพลุคให้ตัวเองดูเลอค่าไว้บ้าง ค่อยๆ คุย ค่อยๆ เข้าหา ทำตัวเป็นผู้ปรึกษาที่ดี ให้เขารู้สึกว่าเราสามารถพึ่งพิงได้นะ ไม่เหมือนกับเด็กสาววัยเดียวกันกับเขาที่ง๊องแง๊งไปวันๆ อะไรประมาณนี้

5. อย่าทำตัวบ้าอำนาจ ถึงจะอายุเยอะกว่าเขาก็เถอะ
บางครั้งการที่สาวๆ อายุเยอะกว่าเขามันจะทำให้เรากลายเป็นผู้หญิงบ้าอำนาจขึ้นมาทันที เจ้ากี้เจ้าการไปทุกอย่าง ประมาณว่าเรื่องนี้เชื่อฉันเถอะ ฉันแก่กว่าเธอ ฉันผ่านมาหมดแล้ว ทำตัวเป็นแม่คนที่สองก็ไม่ปาน ดังนั้นห้ามเลยนะ ถึงเราจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็หัดทำตัวเป็นผู้ตามเขาบ้าง ให้เขารู้สึกว่าถึงเขาจะอายุน้อยกว่า แต่ก็สามารถดูแลเราได้ อย่าลืมนะว่าปมเรื่องอายุไม่ได้มีแค่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่รู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าแล้วจะดูไม่ดี เพราะผู้ชายที่อายุน้อยแต่มาคบรุ่นพี่นั้นก็มีปมเหมือนกันนะ เพราะเขากลัวว่าจะดูแลเราไม่ได้ หรือบางครั้งก็แคร์สายตาคนภายนอกว่าถ้าเราดูแลเขาเยอะเกินไป คนอื่นจะมองว่าเขามาเกาะเราได้ ดังนั้นทำตัวเป็นผู้ตามบ้างนะสาวๆ

แต่งห้องนอนอย่างง่าย ด้วย 6 ไอเดียสุดเจ๋ง

ห้องนอนนั้นถือว่าเป็นพื้นที่ที่เราอยู่แล้วอาจจะรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด เพราะห้องนอนนั้นเป็นที่ส่วนตัวและเราเอาไว้พักผ่อน ฉะนั้นคงไม่ดีแน่หากเราปล่อยให้ห้องนอนของเรานั้นเต็มไปด้วยฝุ่นหรือของรกรุงรังเพราะจะเป็นการบั่นทอนสุขภาพในยามหลับได้ หากคุณยังไม่รู้ว่าควรจะจัดเก็บห้องแบบไหนดี ให้ของที่มีอยู่นั้นไม่เกะกะ วันนี้เรามีบทความ แต่งห้องนอนอย่างง่าย ด้วย 6 ไอเดียสุดเจ๋ง มาฝากทุกคนกัน เพื่อจะได้แนวทางดีๆไปปรับปุงห้องของตนเอง

1. ความโล่งโปร่ง คือ ไอเดียหลักในการจัดห้องนอนให้น่าอยู่สังเกตไหมว่าทำไมห้องนอนเราถึงดูทึม ๆ มองไปทางไหนก็อึดอัดไปหมด นั่นเพราะห้องของคุณอาจจะเต็มไปด้วยข้าวของมากมายที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบ ดังนั้นการจัดห้องนอนให้ดูโปร่งโล่ง ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ดูดี ก็จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างสะอาดมากขึ้น และน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย การจัดห้องนอนให้น่าอยู่สไตล์นี้แทบจะไม่ต้องลงทุนซื้อของเพิ่ม เพียงแค่จัดวางไอเทมต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางเท่านั้นเอง

2. แจกันใบสวย ช่วยจัดห้องนอนให้น่าอยู่มากขึ้น
ไอเดียนี้เหมาะสำหรับห้องนอนที่โล่งจนเกินไป แบบว่าแทบไม่มีอะไรเลยในห้องนอกจากเตียงนอนหรือหากว่าห้องนอนของคุณเล็กมากจนไม่สามารถมีพื้นที่ว่างเหลือให้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ลองหาแจกันสักอันที่ขนาดใหญ่สักหน่อยเพื่อให้ห้องดูเด่น เสริมด้วยดอกไม้พลาสติกสีเข้ากับห้องนอน หรือจะใช้สีตัดกับห้องนอนก็สามารถช่วยเราจัดห้องนอนให้น่าอยู่ได้มากขึ้นเช่นกัน

3. จัดห้องนอนให้น่าอยู่ง่าย ๆ ด้วยการใช้สีขาว
การจัดห้องนอนให้น่าอยู่ด้วยการใช้สีขาวอาจเป็นไอเดียที่เบสิกไปสักหน่อยแต่ก็ได้ผลเสมอ เพราะสีขาวช่วยทำให้ห้องดูสว่างและสะอาดขึ้นมากเลยทีเดียว ลองหาวันว่างทาสีกำแพงใหม่เพราะห้องที่สีดูใหม่จะทำให้น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ไอเทมต่าง ๆ ที่ใช้ในห้องเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีอ่อน แต่หากว่ามีงบสักหน่อยเปลี่ยนกระเบื้องเดิม ๆ ให้การเป็นพรมนุ่ม ๆ ก็จะทำให้ห้องสวยงามดูมีลูกเล่นน่าอยู่น่านอนมากกว่าเดิม

4. จัดห้องนอนให้น่าอยู่ด้วย Boho สไตล์
หากใครที่กำลังเบื่อบรรยากาศเดิม ๆ ล่ะก็ ไอเดียสไตล์ Boho อาจช่วยคุณจัดห้องนอนให้น่าอยู่ขึ้นได้ การแต่งสไตล์นี้จะใช้ไอเทมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยากนัก หรืออาจจะนำไอเทมที่มีมาประดับตกแต่งเพิ่มเติมด้วยผ้าสไตล์ Boho ก็เก๋ไปอีกแบบ การจัดห้องนอนให้น่าอยู่ด้วยสไตล์นี้จะเน้นความเป็นธรรมชาติ หากหาต้นไม้ประเภทแขวนสักอันสองอันมาตกแต่งก็ดูดีไม่ใช่น้อย

5. ชั้นวางของติดผนัง อีกหนึ่งตัวช่วยในการจัดห้องนอนให้น่าอยู่
ชั้นวางของเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสามารถช่วยจัดห้องนอนให้น่าอยู่ได้มากขึ้นด้วยการใส่ของจุกจิกให้อยู่เป็นที่เป็นทาง แต่ทว่าชั้นเหล่านั้นดูจะล้าหลังและน่าเบื่อเกินไป บางอันนั้นใหญ่เทอะทะกินพื้นที่ไปเกินความจำเป็น ฉะนั้นนี่เป็นอีกไอเดียในการจัดห้องนอนให้น่าอยู่ นั่นคือการใช้ชั้นวางของติดผนัง นอกจากจะช่วยลดพื้นที่แล้วยังเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีหลายขนาดหลายทรงให้เลือกใช้ ราคาไม่แพงเหมาะกับคนงบน้อยมากทีเดียว

6. จัดห้องนอนให้น่าอยู่ด้วยการสร้างพื้นที่เชื่อมต่อกันเพื่อลดความแคบ
การจัดห้องนอนให้น่าอยู่สไตล์นี้เป็นอีกไอเดียที่กำลังนิยมมากในปัจจุบัน โดยการแต่งห้องนอนแบบทำส่วนพื้นที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนเตียงนอนกับพื้นที่ทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือนั้น จะเป็นการลดการใช้พื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง หากว่าคุณไม่มีงบมากพอที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่มีส่วนเชื่อมกัน ก็สามารถนำไอเดียมาดัดแปลงได้ด้วยของที่มีอยู่ ไอเทมบางอย่างเช่นไม้ สามารถนำมาทำเองเพื่อเป็นส่วนเชื่อมได้ ซึ่งการแต่งห้องแนวนี้จะทำให้ห้องน่าอยู่ขึ้นมากกว่าเก่า

หวังว่าไอเดียที่นำมาฝากกันในวันนี้คงถูกใจบ้างไม่มากก็น้อย จริง ๆ แล้วการจัดห้องนอนให้น่าอยู่ยังมีอีกมากมายหลายไอเดีย เพียงแค่จัดสิ่งของที่กองรกให้เป็นระเบียบ แค่นี้ก็สร้างความน่าอยู่ได้แล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อของตกแต่งเพิ่มเติมเลย แต่หากใครมีแพลนจะรีโนเวทครั้งใหญ่ล่ะก็ ลองนำไอเดียที่แนะนำไปประยุกต์ใช้ดูได้เลย

สรรพคุณของกากกาแฟ กากกาแฟทำอะไรได้บ้าง

สำหรับร้านกาแฟต่างๆ สิ่งที่เหลือตลอดอาจจะเป็นกากกาแฟ และบางคนนั้นอาจจะไม่รู้เลยว่ากากกาแฟนนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง เลยอาจจะนำไปทิ้งโดยไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์ แต่ความจริงแล้วกากกาแฟนั้นมีสรรพคุณมากมาย หากอยากรู้ว่ากากกาแฟนั้นนำไปทำอะไรได้บ้าง มาดูกันเลย

1. ขัดผิว สครับผิว
แน่นอนว่าการขัดผิวด้วยกากกาแฟนั้นเป็นประโยชน์สุดฮิตของกากกาแฟ เพราะจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดข้อศอกดำด้าน หรือผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง โดยการให้นำกากกาแฟที่สะอาดนำไปตากแห้ง เอามาใส่ขวดโหลไว้ จะใช้เมื่อไหร่ก็เอาออกมาใช้ สูตรขัดผิวด้วยกากกาแฟมีอยู่หลายสูตรเลย เช่น นำกากกาแฟผสมนมสดและน้ำผึ้ง มาสครับผิวตัวหรือมาส์กหน้าก็ได้ ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวเรียบเรียนยิ่งขึ้น 

2. ลดรอยคล้ำใต้ตา
นอกจากจะขัดผิวด้วยกาแฟแล้ว สามารถนำมามาส์กแก้รอยคล้ำใต้ตา เป็นวิธีแก้ขอบตาดำอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำ นอกจากจะใช้ถุงชาแบบจุ่มมาโปะที่ตาแล้ว ใช้กากกาแฟแบบนี้ก็ช่วยเหมือนกันนะ 

3. สระผมลดความมัน และลดผมร่วง
ใครที่มีปัญหาผมมัน ใช้แชมพูแก้ผมมันหลายยี่ห้อแล้วก็ไม่หายซักที ลองนำกากกาแฟไปผสมกับแชมพูหรือครีมนวดแล้วสระตามปกติ แต่วิธีนี้อาจจะทำให้สีผมคุณมีสีเข้มขึ้นหากคุณเป็นคนสีผมอ่อน อีกอย่างคือกากกาแฟสามารถช่วยลดผมร่วงได้ โดยการนำกากกาแฟผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วหมักผมไว้ประมาณ 15 นาที แล้วสระผมตามปกติ 

4. ทำสบู่และเทียนกากกาแฟ
สามารถนำมาทำเป็นสบู่กากกาแฟ เพื่อง่ายต่อการใช้งาน สรรพคุณเหมือนการใช้กากกาแฟแบบผง ๆ เชียวล่ะ อีกทั้งยังนำมาทำเป็นเทียนจากกากกาแฟได้อีกด้วย เช่น ทำเทียนอโรม่าด้วยกากกาแฟ นอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นได้อีกทางหนึ่งด้วย 

5. แก้ปัญหาท่อตัน
เพียงแค่ผสมกากกาแฟกับน้ำร้อนและน้ำยาล้างจานเล็กน้อย จากนั้นเทลงไปในท่อที่ต้องการทำความสะอาด จะช่วยได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่ออ่างล้างจาน ท่อห้องน้ำ ก็ช่วยได้หมด 

6. ทำปุ๋ย ใส่ต้นไม้
รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของกากกาแฟ คือเป็นปุ๋ยชั้นดีเลยล่ะ เพราะในกากกาแฟมีแร่ธาตุจำเป็นต่อต้นไม้อยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น ไนโตรเจน โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส วิธีทำปุ๋ยจากากกาแฟก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ผสมกากกาแฟกับดินที่จะปลูกต้นไม้ หรือนำไปหมักกับน้ำหมักชีวภาพก็ได้เช่นกัน

7. กากกาแฟดับกลิ่น
จุดเด่นอีกอย่างของกากกาแฟเลยคือช่วยดับกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นรองเท้า กลิ่นตู้เย็น ฯลฯ กากกาแฟจะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้จางลง ทำได้โดยการนำกากกาแฟห่อผ้าหรือเทใส่ภาชนะแล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ หรือใครที่มีปัญหากลิ่นเท้า สามารถใช้กากกาแฟผสมน้ำอุ่น แล้วแช่เท้าไว้ประมาณ 20 นาทีจะช่วยดับกลิ่นเท้าได้

8. ไล่หอยทาก
บ้านใครประสบปัญหาหอยทากเยอะ ไล่ยังไง วิธีไหนก็ไม่ไปซักที ลองมาใช้กากกาแฟโรยบริเวณที่หอยทากชอบอยู่ หรือตามทางเดินของมัน หรือจะตรงแปลงผัก รอบกระถางก็ได้ คาเฟอีนที่อยู่กาแฟจะช่วยให้หอยทากตายไปในที่สุด หรือจะใช้กากกาแฟผสมน้ำฉีดพ่นบนต้นไม้ กระกางดอกไม้ หรือแปลงผักก็ได้ นอกจากช่วยไล่หอยทากแล้วยังช่วยบำรุงต้นไม้อีกด้วย 

9. กำจัดเห็บหมัดให้สัตว์เลี้ยง
กำจัดเห็บหมัดให้สัตว์เลี้ยง พร้อมช่วยบำรุงขนสัตว์เลี้ยงของคุณให้เงางาม วิธีก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่ผสมกากกาแฟลงไปในแชมพูอาบน้ำสัตว์เลี้ยง แล้วอาบให้ตามปกติ จะช่วยกำจัดเห็บหมัดได้เป็นอย่างดี 

10. กำจัดกลิ่นอาหารติดมือ
อีกปัญหากวนใจในการทำอาหารเลยคือมีกลิ่นอาหารติดมือ จะล้างมือด้วยสบู่กี่รอบกลิ่นก็ไม่หายไปซักที เช่น กลิ่นกระเทียม หอมแดง ต้นหอม ผักชี หัวหอม ลองนำกากกาแฟมาถูมือเบา ๆ เน้นบริเวณที่มีกลิ่นติดแรง และล้างด้วยสบู่ตาม จะช่วยกำจัดกลิ่นได้ 

หมดปัญหาคำถามที่ว่ากากกาแฟทำอะไรได้บ้าง เห็นไหมว่ากากกาแฟนั้นมีประโยชน์มากจนทำให้ต้องร้องว้าว เพราะสามารถช่วยแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เอาล่ะ ใครที่ได้กากกาแฟแล้วไม่อยากทิ้งให้เสียเปล่า ต้องเอามาใช้ประโยชน์กันหน่อยแล้ว

นอนหลับยาก แก้ได้ง่ายๆ

     หลายคนนั้นอาจจะเคยพบกับปัญหาความเครียด มีความวิตกวังวล อยู่เสมอ จึงส่งผลให้ไม่สามารถนอนหลับได้ หรือนอนหลับก็หลับไม่สนิท หรือนอนหลับยากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ  หากใครกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ ขอให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้นอนไม่หลับอยู่คนเดียว เพราะหลายคนทั่วโลกก็ประสบกับปัญหานอนหลับยากเช่นกัน วันนี้เราจึงมีทบทความ นอนหลับยาก แก้ได้ง่ายๆ มาฝากทุกคนกัน หากใครกำลังพบปัญหา นอนหลับยาก ลองทำตามวิธีของเราได้เลย

1. ทาน “วิตามินเสริม” และใช้ “กลิ่น” ช่วยสร้างบรรยากาศการนอน
     เลือกทาน “อาหารหรือวิตามินเสริม” ที่มีสารสกัดเหล่านี้ อาทิ Melatonin, Ginkgo biloba, Glycine, Valerian root, Magnesium, L-theanine, Lavender ที่สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเพิ่มคุณภาพในการนอนหลับสนิทได้ดีขึ้น และนอกจากการเลือกทานอาหารและวิตามินแล้ว การใช้ “กลิ่น” ที่มอบความรู้สึกผ่อนคลายอย่างกลิ่น ลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัส มะลิ และโอเชียน ยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า คนที่ใช้น้ำมันหอมระเหยหรือได้กลิ่นหอมดังกล่าวมีคุณภาพการนอนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้กลิ่นช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกทานอาหารเสริมหรือใช้กลิ่นช่วยก็ต้องทำควบคู่ไปกับการจัดตารางนอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพจิตให้ดีด้วยเช่นกัน ถึงจะเห็นผลของการนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. วางแผนแต่ละวันให้ชัดเจนและเข้านอนให้เป็นเวลา
     โดยเฉพาะในช่วงที่เกือบทุกคนต้องอยู่บ้านกันตลอดเวลาแบบนี้ ควรสร้าง Routine และสัดสรรเวลาให้ชัดเจนว่าเวลาไหนจะทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย และเข้านอน การฝึกตัวเองให้ทำอะไรเป็นเวลาแบบนี้จะช่วยให้สมองปรับตัวได้ง่ายขึ้นว่าตอนไหนควรทำอะไร เพราะหากเพื่อนๆ ไม่ได้มีตารางเวลาในแต่ละวัน ก็อาจจะขี้เกียจและเผลอนอนหลับระหว่างวันนานเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้ว Michael Breus นักจิตวิทยาคลินิคแนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการ nap หรือนอนกลางวันอยู่แค่ประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากมากเกินไปกว่านี้อาจจะทำให้การนอนหลับในตอนกลางคืนเป็นไปได้ยากกว่าเดิม และการฝึกเข้านอนให้เป็นเวลาก็จะช่วยให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ซึ่งทำให้เราหลับได้เร็วขึ้นนั่นเอง

3. สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้สงบและผ่อนคลาย
     
แน่นอนว่าการนอนหลับให้สบาย ห้องนอนและบรรยากาศก่อนนอนก็ควรจะต้องทำให้ร่างกายและจิตใจของเรารู้สึกผ่อนคลายที่สุด แนะนำให้เลือกที่นอนที่มีความหนานุ่มหรือสีสันที่คุณชอบที่สุด ห้องนอนควรเงียบและมืด แสงไฟที่ใช้ในห้องนอนควรเป็นไฟสีส้มที่ช่วยสร้างให้บรรยากาศผ่อนคลาย และควรงดการเล่นมือถือก่อนเข้านอน เพราะรายงานทางการแพทย์เผยว่า แสงสีฟ้าจากจอมือถือจะส่งผลต่อการผลิตสารเมลาโทนิน ซึ่งมีผลทำให้นอนหลับยากขึ้น และการรับข่าวสารก่อนนอนก็อาจจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่านและไปรบกวนการนอนของเราได้เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดจึงไม่ควรเล่นมือถือก่อนนอน หรือหากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรให้สายตาได้พักจากมือถือเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน อาจจะเลือกการอ่านหนังสือหรือทำสมาธิก่อนเข้านอนแทนการเล่นมือถือ จะช่วยให้เพื่อนๆ หลับได้ง่ายขึ้น

4. งดการกินดื่มในมื้อดึก
     
นอกจากการกินมื้อหนักๆ ก่อนนอนจะทำให้อ้วนแล้ว ยังส่งทำให้นอนไม่หลับอีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่าระบบย่อยอาหารของเรายังต้องทำงานอย่างหนัก จึงเป็นเรื่องยากที่ร่างกายจะผ่อนคลายได้เต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น หากรีบนอนหลังรับประทานเสร็จใหม่ๆ อาจจะเสี่ยงในการเป็นโรคกรดไหลย้อน ทำให้เกิดอาการจุกแสบกลางอก การกินมื้อดึกก่อนนอนเป็นประจำจึงทำให้ร่างกายแปรปรวน ระบบย่อยอาหารทำงานไม่เป็นเวลา และส่งผลร้ายต่อการนอนหลับสนิทในตอนกลางคืนนั่นเอง นอกเหนือจากมื้อดึกแล้ว ยังควรต้องงดการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ก่อนนอนอีกด้วย เพราะแอลกอฮอร์จะไปลดการหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับสนิท ทำให้เรานอนหลับยากขึ้นไปอีก

5. ออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ
     
เป็นข้อที่ควรทำเป็นประจำ เพราะนอกจากการออกกำลังกายจะทำให้เราเหนื่อยและอยากพักผ่อนมากขึ้นแล้ว การออกกำลังกายแม้เพียงสั้นๆ เป็นอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ยังสามารถช่วยคลายความกังวล ลดความเครียด และทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นหลังออกกำลังกาย สถาบัน Johns Hopkins Center for Sleep ยืนยันว่าการออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับในตอนกลางคืนให้ดีขึ้นได้จริงๆ ไม่ว่าจะออกกำลังกายเบาๆ โดยการเดินรอบชุมชน ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือทำโยคะ ก็ช่วยได้ทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ควรออกกำลังกายแบบบหนักๆ ก่อนนอนเพราะจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแทนที่จะช่วยนอนหลับนั่นเอง

วิธีทำตัวเองให้มองเห็นผีตามบันทึกตำราไทยโบราณ

     การเห็นผีนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนนั้นไม่อยากเห็น ไม่อยากเจอ แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบทดลอง ชอบความท้าทาย และต้องการหาวิธีต่างๆ เพื่อจะที่จะมองเห็นผี เจอผี เพื่อพิสูจน์ว่าผีนั้นมีจริงหรือไม่ เราก็มีวิธีทำตัวเองให้มองเห็นผีตามบันทึกตำราไทยโบราณ มาฝาก เพราะจริงๆแล้ววิธีนั้นมีอยู่มากมาย แต่หากลองทำตามวิธีโบราณอาจจะได้ผลมากกว่า

     
1. ให้ใช้น้ำตาของสุนัขที่มีขนสีดำมาทาที่เปลือกตา แล้วจากนั้นก็ให้หลับตาอธิษฐานและลืมตาขึ้น จากนั้นเราก็จะเห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นด้วยสายตาของมนุษย์มาก่อน แล้วทำไมถึงต้องเป็นน้ำตาของเจ้าตูบสีดำเท่านั้น เพราะคนสมัยก่อนมีความเชื่อว่า หมาดำนั้นจะนำความโชคร้ายมาให้ อาจจะเพราะว่าพวกมันชอบไปเดินอยู่แถวๆสุสานตอนกลางคืนก็ได้ อย่างที่อียิปต์ก็มีเทพ Medame ที่ทุกคนยกให้เป็นเทพแห่งความตายซึ่งมีหัวเป็นสุนัขดำเหมือนกัน

      
2. ให้เอาผ้าถุงมาใส่สลับทิศทางจากหัวไปล่างจากล่างไปหัวและนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกและต้องทำเฉพาะในวันพระเท่านั้น หลังจากที่นอนเสร็จให้เอาเหรียญใส่ไปในปากหลับตาทั้งสองข้างแล้วท่องนะโม 16 จบ คนเดียวในห้องมืดๆ แล้วเราก็จะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเหมือนกับได้หลุดเข้าไปในโลกอีกโลกหนึ่งเลย

     3. ให้ตัดเล็บมือ ตัดจากเล็บมือนิ้วก้อยมือขวาแล้วค่อยๆไล่ไปเล็บมือนิ้วกลาง นิ้วชี้ และในช่วงเวลาในการตัดก็ไม่ใช่การตัดแบบสะเปะสะปะ แต่เป็นการตัดเล็บแบบละเมียดละไม และต้องระวังเป็นพิเศษคือห้ามตัดให้เล็บฉีกหรือเล็บขาด ไม่งั้นมันจะไม่ตามตำราค่ะ พอตัดเล็บเสร็จ ก็เอาเล็บที่ตัดทั้งหมดมาใส่ไว้ในห่อผ้าที่เป็นสีดำ จากนั้นก็เอาไปวางไว้ในทิศตะวันตก แล้วก็เข้านอน ถ้ามันได้ผล คุณอาจจะเจอใครสักคนที่มาเยี่ยมในยามวิกาล ก็อย่าเพิ่งตื่นตกใจ หรือลืมตามาโวยวายนะคะ เพราะว่าเขาจะมาเก็บเล็บคุณให้นั่นแหละ

     4. กางร่มในที่ร่วม วิธีนี้ไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักเท่าไร แต่วิธีนี้เคยถูกบันทึกในตำราไทยโบราณด้วย วิธีการทำก็ง่ายๆ คือการเอาร่มไปกางในที่ร่ม ในช่วงเวลาสี่โมงเย็นถึงหกโมงเย็น เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านชาวช่องเรียกว่า ผีตากผ้าอ้อม และร่มที่ใช้ต้องเป็นร่มสีขาวหรือสีดำเท่านั้น แล้วเมื่อเรากางเสร็จก็ให้เราตั้งจิตอธิษฐานกำหนดจิต เราก็อาจจะเห็นอะไรสักอย่างมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆเราคนโบราณเชื่อว่า การทำสิ่งนี้จะเชื่อมระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตายให้เชื่อมเข้าด้วยกัน เพราะแบบนี้คนเฒ่าคนแก่ถึงชอบพูดกันว่าอย่านอนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเพราะจะถูกผีอำก็ได้

     5. ไปยืนเฉยๆตรงทางสามแพร่ง ทางสามแพร่งเป็นบริเวณเกิดอุบัติเหตุหรือคนตายที่ไม่ได้ตั้งตัวหรือเตรียมตัวก่อนที่จะตายจนเกิดเป็นผีตายโหงมากที่สุด บางคนก็ตายแล้วแต่ไม่รู้ตัวว่าตาย กลายเป็นผีเร่รอน หรือวิญญาณสัมภเวสี คนที่อยากเห็นผีด้วยวิธีนี้ก็อย่าลืมเอาอาหารติดไม้ติดมือไปด้วยแล้วกันแล้วลองเอาอาหารไปวางแถวๆนั้น แล้วพอสังเกตดู ปริมาณอาหารอาจจะลดน้อยลงไปแม้ไม่มีใครไปแตะต้องเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็มองได้สองทาง คือนกหรือแมวที่หิวโหยหรือสัตว์จรจัดมากินอาหาร หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นมามุงกันกินจริงๆ

เช็คดวงด้านโชคลาภ ราศีธนู-ราศีกุมภ์ ครึ่งเดือนแรกของมกราคม 2564

      เมื่อถึงปีใหม่ การเช็คดวงด้านโชคลาภเสี่ยงดวงต่างๆ จะเป็นสิ่งที่สายมูชอบมาก เพราะการได้รู้ว่าตัวเองนั้นโชคดีหรือโชคไม่ดี ก็เหมือนเป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะทำการอะไรต่างๆ เช่นหากอยากจะเสี่ยงดวงในช่วงเดือนมกราคมนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องดูดวงเรื่องงานเงินโชคลาภก่อนที่จะลองเสี่ยงโชคดู เพื่อจะได้รู้ว่าตนเองนั้นมีหวังที่จะรวย หรือจะมีโชคหรือไม่ ถ้าหากได้เช็คดวงแล้ว แล้วดวงออกมาไม่ดี ก็จะได้มีการไปทำบุญ แก้กรรมอะไรต่างๆ เพื่อเสริมมงคลให้กับตัวเอง วันนี้เราจึงมีบทความเช็คดวงด้านโชคลาภ ราศีธนู-ราศีกุมภ์ ครึ่งเดือนแรกของมกราคม 2564 มาฝากกันราศีธนู-ราศีกุมภ์ ที่สนใจจะเช็คดวงก็ดูจากบทความนี้ได้เลย


1.ราศีธนู (16 ธันวาคม ถึง 15 มกราคม)

การเงิน : เดินทางอีกแล้วจ้า ความสำเร็จจะอยู่ต่างถิ่นต่างบ้าน ถูกโฉลกมีโชคดีต้องเคลื่อนที่เคลื่อนไหวจะได้รับทรัพย์มากหรือน้อย ด้วยความขยันอดทนต้องเดินทางมากกว่าปกติ ทั้งการงานและการเงิน ก็ต้องยอมเหนื่อยกันหน่อยแล้วแหละ
ความโชคดี : ยวดยานพาหนะที่เราขับขี่เป็นประจำหมายเลขทะเบียนอย่ามองข้าม มองสักนิดสะกิดใจสักหน่อย เจอแผงสลากรางวัลสอยมาสักชุดสองชุดเก็บเข้ากระเป๋าไว้ก่อน รอเวลารอโชคดีในวันต้นเดือนกลางเดือนนะคุณ
เลขนำโชค : 9, 1, 5
ระดับความโชคดี : 8
ความเคราะห์ร้าย : ในช่วงนี้จะเป็นทางด้านรำคาญใจไม่สบอารมณ์ มักจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่มักจะมีราคาแพงกว่า พอตรวจสอบราคาแล้วนั่งงงเลยเชียว ยิ่งสั่งทางออนไลน์สิ่งของที่ได้รับคุณภาพมันด้อยเกินใช้ หรือแค่สั่งมาโชว์
วันมงคล : วันพุธ, วันพฤหัสบดี
วันอัปมงคล : วันศุกร์, วันเสาร์
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักการบูชาพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งจิตอธิษฐานบารมี เป็นสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ หนักแน่นแห่งการทำความดี ประสบผลดีในทุกมิติ

2.ราศีมังกร (16 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์)

การเงิน : สถานการณ์การเงินยังอยู่ในขั้นมาตรฐาน ยังหยิบจับได้อย่างพอมือ ไม่หนักใจกับการเงินที่มีหมุนเข้ามา และก็จัดการจ่ายออกไปตามความจำเป็น ทุกอย่างเหมือนเดิมเพิ่มเติมความสุขให้ตัวเองและครอบครัวก็ดีเลิศแล้ว
ความโชคดี : ถึงเวลาความพร้อมที่จะมีบ้านหลังแรกเป็นสินทรัพย์ให้กับอนาคตตัวเรา หรือยวดยานรถคันแรกก็ได้นะ และโชคลาภจากซื้อเสี่ยงสลากรางวัล แผงรางวัลคนขายตั้งแถวหน้าร้านทอง ซื้อไว้รับไว้เป็นโชคดี
เลขนำโชค : 1, 9, 7
ระดับความโชคดี : 10
ความเคราะห์ร้าย : ให้ระวังเรื่องสุขภาพทางเดินหายใจ ระบบปอด หรือต่อมทอนซิลอักเสบ ร้อนในกระหายน้ำ อากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วปรับตัวไม่ทัน แพ้ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นปัญหาของร่างกาย กินยาจนเอือมระอาเบื่อมาก
วันมงคล : วันจันทร์, วันศุกร์
วันอัปมงคล : วันอาทิตย์, วันพุธ
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักการบูชาพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นปางสัญลักษณ์พญานาคมุจรินทร์คอยปกป้องพระพุทธเจ้าจากพายุฝน เพื่อคุ้มครองป้องกันสรรพทุกข์ สรรพภัย สรรพเคราะห์ ให้มลายหายสิ้นไป

3.ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ ถึง 12 มีนาคม)
การเงิน : ช่องทางการได้มาซึ่งการเงิน พอจะเข้าไปคว้ามาใส่กระเป๋าได้ไม่ยากนัก แต่ยังเป็นระดับไม่ใหญ่โตมากนัก เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้ แต่ยังไม่สามารถเหลือเก็บ ค่อยเป็นค่อยไปผสมผสานก้อนเล็กก็เป็นก้อนโตได้แน่
ความโชคดี : ผู้ที่ค้าขายไม่ว่าจะกิจการครอบครัว หรือเป็นธุรกิจในรูปแบบบริษัทห้างร้าน เป็นช่วงเวลาที่ดียอดเยี่ยม และโชคซื้อเสี่ยงสลากรางวัล ในช่วงเวลาค่ำคืนดวงจันทร์สว่างสวยเด่น รีบเสี่ยงรางวัลเป็นโชคดี
เลขนำโชค : 3, 8, 0
ระดับความโชคดี : 9
ความเคราะห์ร้าย : หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มของมึนเมาทุกชนิด ช่วงนี้จะคลุมเครือเกี่ยวกับความดันโลหิตไม่แน่ไม่นอน ขาดสติ เป็นลมล้มลงไปจะเป็นอันตราย อาจศีรษะกระทบกระเทือนจะยิ่งซ้ำเติมให้ตัวเองบอบช้ำอาการหนักเข้าไปอีก
วันมงคล : วันอังคาร, วันเสาร์
วันอัปมงคล : วันอาทิตย์, วันพฤหัสบดี
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักกาบูชาพระพุทธรูปปางวัดป่าเลไลยก์ เป็นปางที่ชนะมาร ชนะอุปสรรค ชนะปัญหา แก้เคราะห์แก้กรรมให้เบาบาง และหลุดพ้นไปอย่างหมดจด ให้เจริญรุ่งเรืองรุ่งโรจน์อย่างกับพลิกฝ่ามือ

4.ราศีมีน (13 มีนาคม ถึง 12 เมษายน)
การเงิน : ตั้งหลักให้ตรงในความคิด เลือกสรรในงานที่ใช่ที่ถนัดมือ จะได้เป็นหลักเป็นฐานไม่สะเปะสะปะไปเรื่อยเหมือนปีเก่า ๆ อีกแล้ว การเงินจะได้เสถียรไม่ต้องกระเป๋าเบาอีกต่อไป เซตระบบชีวิตใหม่ไฉไลกว่าเดิมเพิ่มเติมกันได้
ความโชคดี : เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ น่าจะราบรื่นเป็นลูกค้าคู่สัญญากับสถาบันการเงิน ได้รับคำตอบที่อนุมัติตามกำหนดเงื่อนเวลาทันใจ และโชคซื้อเสี่ยงสลากรางวัล เจอะเจอคนขายบริเวณหน้าบ้านหน้าตึกเรียกรับรางวัลเป็นโชคดี
เลขนำโชค : 7, 1, 6
ระดับความโชคดี : 8
ความเคราะห์ร้าย : ต้องระมัดระวังเรื่องรักซ้อนซ่อนรัก ที่จะเสียหาย เสียชื่อเสียง และเสียเงิน จะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่สถานการณ์ จบได้เป็นจบ อย่าให้เรื่องยืดเยื้อบาดลึกถึงศาลฟ้องร้องตัดสิน
วันมงคล : วันจันทร์, วันพฤหัสบดี
วันอัปมงคล : วันอังคาร, วันศุกร์
เคล็ดลับเสริมดวง : กราบสักกาบูชาพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งจิตอธิษฐานบารมี เป็นสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ หนักแน่นแห่งการทำความดี ประสบผลดีในทุกมิติ